คุณเลือกทางไหน
ความสุขฝ่ายเนื้อหนัง
ความสุขในโลกซึ่งมนุษย์แสวงหาคือความสุขซึ่งเป็นความต้องการของเนื้อหนัง ความสุขฝ่ายเนื้อหนังขึ้นกับ 2 สิ่งด้วยกัน ได้แก่ (1) สภาพแวดล้อมต่างๆ (2) ตัวเราเอง
1. สภาพแวดล้อม ได้แก่ความสุขขึ้นกับสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเรา เช่นภูมิอากาศ การแข่งขันในชีวิตประจำวันของแต่ละคน ตัวอย่าง ภูมิอากาศ บางคนมีความสุขในฤดูใบไม้ผลิ เพราะอากาศดีและมีดอกไม้สวยงาม บางคนมีความสุขที่ได้เล่นหิมะ บางคนมีความสุขที่ได้ไปชายทะเล บางคนไม่มีความสุขในฤดูฝน หรือฤดูร้อน เป็นต้นความสุขของคนเราเปลี่ยนแปลงไปตามภูมิอากาศ จึงไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง ความสุขขึ้นกับการแข่งขัน การแข่งขันเป็นชีวิตประจำวันของมนุษย์ ตั้งแต่ การแข่งขันในอาชีพการงาน ตั้งแต่การแสวงหาเงินทอง อำนาจ และชื่อเสียง ถ้าการแข่งขันได้รับชัยชนะ เขาก็เป็นสุข แต่ข้อเท็จจริงพบว่าคนจำนวนมากได้แข่งขันถึงที่สุด เขาก็ยังไม่มีความสุข ดังนั้น ความสุขจากสภาพแวดล้อมหรือการแข่งขันไม่จีรังยั่งยืน เพราะสภาพ
แวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และการแข่งขันมีชนะหรือแพ้เสมอ ความสุขจึงไม่จีรังถาวรตลอดไป
2. ตัวเราเอง ได้แก่ความสุขที่เกิดขึ้นจากความนึกคิดและอารมณ์ บางคนมีความสุขจากการจินตนาการและวาดภาพในความคิดของตน เช่น จินตนาการว่ายืนอยู่ที่ชายหาดรับลมเย็นๆทั้งๆที่ยืนอยู่ห้องซึ่งมีอากาศร้อนจัด ความสุขขึ้นกับการรู้จักควบคุมอารมณ์ ตัวอย่าง คุณพ่อคนหนึ่งนั่งดื่มกาแฟที่โต๊ะอาหารในตอนเช้า ลูกสาววิ่งมาที่โต๊ะอาหารและชนถ้วยกาแฟหกบนโต๊ะ คุณพ่อมีอารมณ์โกรธต่อว่าลูกที่ซุ่มซ่าม ลูกสาวร้องไห้และขอโทษ แต่คุณพ่อยังมีอารมณ์โกรธอยู่ ลูกสาวหนีเข้าไปในห้องไม่ยอมออกมา คุณแม่ต้องไปปลอบใจให้ออกมาและไปโรงเรียนกับคุณพ่อ คุณพ่อยังมีอารมณ์โกรธอยู่ก็รีบขับรถอย่างเร็วไปโรงเรียนเพราะสายแล้ว แต่เขาถูกตำรวจให้ตั๋วปรับโทษเพราะขับรถเร็วกว่ากำหนด คุณพ่อยิ่ง
โกรธมากขึ้น ในวันนั้นเขาทำง่านอย่างไม่มีความสุข เขานั่งคิดดูกับตนเองว่า อะไรทำให้เขาไม่มีความสุขในวันนี้ กาแฟหกหรือ ถูกให้ตั๋วจากตำรวจหรือ หรืออารมณ์ของตัวเอง ในที่สุดเขารู้ว่าเป็นอารมณ์ชั่ววูบของเขาที่ทำลายความสุขของเขา ถ้าเขาสามารถเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ในเช้านี้ได้ เขาจะควบคุมอารมณ์ไม่ให้โกรธได้ และยิ้มแย้มกับลูกสาว เขาและลูกสาวก็จะมีความสุข แต่ตราบใดที่คนเรายังมีเนื้อหนังอยู่ โอกาสที่จะไม่มีความสุขเกิดขึ้นได้เสมอ การงานของเนื้อหนังมีผลทำให้ไม่มีความสุขในเวลาต่อมาได้ อาจารย์เปาโลตักเตือนว่า “การงานของเนื้อหนังนั้นเห็นได้ชัด คือการล่วงประเวณี การโสโครก การลามก การนับถือรูปเคารพ การถือวิทยาคม การเป็นศัตรูกัน การวิวาทกัน การริษยากัน การโกรธกัน การใฝ่สูง การทุ่มเถียงกัน การแตกก๊กกัน การอิจฉากัน การเมาเหล้า การเล่นเป็นพาลเกเร และการอื่นๆในทำนองนี้อีกเหมือนที่ข้าพเจ้าขอเตือนท่านเหมือนกับที่เคยเตือนแล้วว่า คนประพฤติเช่นนั้นจะไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า” (กาลาเทีย 5;19-21) ถ้าเรามีการงานของเนื้อหนังอยู่ในใจของเรา เราจะมีความสุขได้อย่างไร สรุปคือ ความสุขมาจากตัวเราเองเป็นความสุขชั่วครู่ชั่วยาม เพราะเรายังมีเนื้อหนังอยู่ แต่ความทุกข์นั้นอยุ่ในใจได้นานทีเดียว