คุณเลือกทางไหน

ยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า

เมื่อมนุษย์เลือกอยู่ฝ่ายพระเจ้า พระเยซูคริสต์ทรงทราบว่า มนุษย์นั้นอ่อนแอ และมนุษย์ตามลำพังจะสู้กับซาตานไม่ได้ พระเยซูคริสต์จึงทรงมอบพระผู้ช่วยอีกองค์หนึ่งซึ่งเป็นภาคหนึ่งของพระเจ้าคือพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จลงมาประทับอยู่ในใจของมนุษย์ทั้งหลาย พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงมอบเครื่องป้องกันและอาวุธสำหรับสู้รบคือยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าแก่มนุษย์โดยเฉพาะแก่คริสเตียนเพื่อป้องกันไม่ให้ซาตานมาทำลายจิตวิญญาณของคริสเตียน อัครทูตเปาโลได้เขียนจดหมายหนุนใจคริสเตียนในเมืองเอเฟซัสและในปัจจุบันว่า จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า เพื่อจะต่อต้านยุทธอุบายของพญามารได้ เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือด แต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอง ศักดิ์เทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ เพราะฉะนั้นจงรับยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าไว้ เพื่อท่านจะได้ต่อต้านในวันอันชั่วร้ายนั้น และเมื่อเสร็จแล้วจะอยู่อย่างมั่นคงได้” (เอเฟซัส 6:11-13) ยุทธภัณฑ์ทั้งชุดประกอบด้วย เสื้อสวมใส่ปกคลุมร่างกาย มีเข็มขัดคาดเอวไว้ แล้วเอาเสื้อเกราะคลุมหน้าอกไว้ สวมรองเท้า มือซ้ายถือโล่ มือขวาถือดาบ 2 คม ยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าประกอบด้วย ความจริงคาดเอว เอาความชอบธรรมเป็นทับทรวงเครื่องป้องกันอก และเอาข่าวประเสริฐแห่งสันติสุข ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความพรั่งพร้อมมาสวมเป็นรองเท้า และพร้อมกับสิ่งทั้งหมดนี้ จงเอาความเชื่อเป็นโล่ ด้วยโล่นั้น ท่านจะได้ดับลูกศรเพลิงของพญามารเสีย จงเอาความรอดเป็นหมวกเหล็กป้องกันศีรษะ และจงถือพระแสงของพระวิญญาณ คือ พระวจนะของพระเจ้า” (เอเฟซัส 6:14-17) ความจริง ความชอบธรรม ข่าวประเสริฐ ความเชื่อ ความรอด และพระวจนะของพระเจ้าล้วนเป็นเครื่องป้องกันที่พระเยซูคริสต์ประทานให้สำหรับต่อสู้กับซาตาน ยุทธภัณฑ์ทั้งชุดแบ่งเป็นสองส่วน คือ ความจริง ข่าวประเสริฐ ความเชื่อ และพระวจนะของพระเจ้า เป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องแสวงหา และนำมาใช้ป้องกันตัวตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ส่วนความชอบธรรมและความรอดเป็นของพระเจ้า ซึ่งมอบให้แก่ผู้ที่เชื่อพระเยซูคริสต์ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เทียบเท่ากับเกราะทับทรวงอกป้องกันหัวใจและปอด และหมวกเหล็กป้องกันสมองในศีรษะ 1) ความจริงคาดเอว นักรบในสมัยโบราณเอาเข็มขัดมาคาดเอว เพื่อช่วยให้เสื้อผ้าที่สวมอยู่กระชับไม่หลุดร่วงไป อาจารย์เปาโลเปรียบเทียบความจริงเป็นเหมือนเข็มขัดซึ่งยึดเสื้อผ้าที่สวมใส่คือควบคุมส่วนต่างๆของร่างกาย พระเยซูตรัสว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้ นอกจากมาทางเรา” (ยอห์น 14:6) พระเยซูเป็นความจริง ดังนั้นคริสเตียนต้องเชิญพระเยซูคาดเอวไว้ เพราะพระเยซูเป็นหนทางเดียวไปสู่ความรอด และมีชีวิตนิรันดร์ จงคาดเอวด้วยพระเยซูคริสต์ คริสเตียนจะมั่นคงต่อสู้ซาตานได้ เช่นซาตานโกหกบอกกับมนุษย์ว่า พระเยซูไม่ใช่พระเจ้า ไม่ได้สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ถ้าเรามีความจริงของพระเยซูคริสต์ เราจะสามารถต่อสู้กับซาตานด้วยความจริงได้ 2) ความชอบธรรมเป็นทับทรวงเครื่องป้องกันอก ตรงบริเวณหน้าอกเป็นที่ตั้งของหัวใจ ถ้าหัวใจถูกทำร้าย หัวใจทำงานผิดปกติ การสูบฉีดเลือดไปตามส่วนต่างๆของร่างกายทำงานไม่ได้ ร่างกายก็เป็นอันตรายได้ นอกจากนี้ หัวใจเป็นสัญญาลักษณ์ของความรัก ความอ่อนโยน ความอ่อนหวาน ความชื่นชมยินดี เมื่อมนุษย์ไม่มีความรักให้กับใคร เขาจะถูกกล่าวขานว่า เป็นคนไม่มีหัวใจ ดังนั้น ซาตานต้องการทำลายหัวใจ ทำให้หัวใจขาดความรัก สร้างความเกลียดชัง ความโกรธ พระเจ้าทรงต้องการมอบความชอบธรรมทับทรวงเครื่องป้องกันอก เพื่อปกป้องหัวใจจากการทำร้ายของซาตาน เพื่อให้หัวใจนั้นบริสุทธิ์สะอาดปราศจากความบาป ความชอบธรรมเกิดขึ้นจากความเชื่อพระเยซูคริสต์ พระเยซูคริสต์ได้มาทรงไถ่บาปของเรา “เพราะว่า พระเจ้าได้ทรงกระทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป เพราะเห็นแก่เรา เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์ (2 โครินธ์ 5:21) 3) ข่าวประเสริฐเป็นรองเท้า รองเท้าใส่ป้องกันเท้า ซึ่งเป็นส่วนล่างสุดของร่างกาย รองเท้าของทหารคริสเตียนทำด้วยหนังสัตว์ซึ่งแข็งแรงทนทานไม่ขาดง่าย สามารถเดินหรือวิ่งไปในทางที่ขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ หรืออันตรายจากพื้นดิน ข่าวประเสริฐหรือข่าวดี คือ “เพราะว่าในวันนี้ พระผู้ช่วยให้รอดของท่านทั้งหลายคือ พระคริสต์เจ้ามาบังเกิดที่เมืองดาวิด” (ลูกา 2:11) ข่าวประเสริฐทำให้ซาตานหวาดกลัว เพราะพวกเขารู้ว่าวาระสุดท้ายของเขามาใกล้แล้ว ข่าวประเสริฐเป็นรองเท้าเดินไปที่ไหน ที่นั่นซาตานจะหนีไป “เท้าของผู้นำข่าวดีมาก็งามสักเท่าใด ที่บนภูเขา ผู้โฆษณาสันติภาพ ผู้นำข่าวดีของเรื่องดี ผู้โฆษณาความรอด ผู้กล่าวแก่ศิโยนว่า พระเจ้าทรงครอบครอง”(อิสยาห์ 52:7) ซาตานจะเข้าใกล้คริสเตียนไม่ได้เลย 4) ความเชื่อเป็นโล่ โล่นี้ต้องเป็นโล่ที่แข็งแรงป้องกันธนูเพลิงจากซาตานได้ ธนูเพลิงที่ซาตานยิง คือ ความโลภ ความโกรธ ความแค้น ความหลง ซึ่งเป็นผลของเนื้อหนัง ซึ่งซาตานต้องการให้อยู่ในใจของมนุษย์ โดยเฉพาะคริสเตียน คริสเตียนต้องอาศัยความเชื่อในพระเยซูคริสต์ แต่โล่แห่งความเชื่อจะถืออยู่กับที่ไม่ได้ โล่นั้นต้องเคลื่อนไปมา เพื่อป้องกันธนูเพลิงที่ยิงเข้ามาทั่วทุกทิศ เปรียบเสมือนความเชื่อ ต้องมีการกระทำ หรือผลของความเชื่อ เช่น เชื่อพระเยซูคริสต์ก็ต้องประพฤติตนเป็นคริสเตียนที่ดี เช่น อ่านพระคัมภีร์ อธิษฐาน รักผู้อื่น เป็นต้น และต้องมีผลของพระวิญญาณที่สามารถเอาชนะผลของเนื้อหนังได้ 5) ความรอดเป็นหมวกเหล็กป้องกันศีรษะ หมวกเหล็กป้องกันสมองจากอันตรายซึ่งมาถูกส่วนบนคือศีรษะของร่างกาย อาจารย์เปาโลรู้จากสติปัญญาของพระเจ้าว่า ถ้าสมองไม่ทำงานหรือตาย ถึงแม้ร่างกายส่วนอื่นๆยังทำงานเป็นปกติ ร่างกายก็ไม่มีความรอด หรือไม่ฟื้นคืนชีวิตอีก ในทางการแพทย์ ถ้าสมองตาย ถึงแม้ร่างกายส่วนเป็นปกติ คนนั้นก้ไม่ฟื้นอีกเลย นอกจากนี้ ถ้าสมองดี หรือเฉลียวฉลาด เราก็สามารถเรียนรู้ แก้ไขปัญหา และหลีกเลี่ยงอันตรายจากสิ่งชั่วร้ายได้ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้นำความรอดมาสู่มนุษย์ พระองค์ทรงปกป้องรักษาสมองของคริสเตียน ให้มีสติปัญญาจากพระเจ้า เราจึงสามารถรู้ว่า พระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด และเป็นพระผู้เป็นเจ้าของเรา 6) พระวจนะของพระเจ้าเป็นพระแสง ในพระคัมภีร์ ซาตานเป็นเจ้าแห่งการโกหกหลอกลวง พวกเขาใช้ยุทธวิธีต่างๆ ในการล่อลวงให้มนุษย์ไปเป็นพรรคพวกของเขาให้มากที่สุด โดยเฉพาะคริสเตียน ซาตานเพิ่มเติม หรือตัดข้อพระคัมภีร์ ทำลายความเชื่อของคริสเตียน แต่ซาตานกลัวพระวจนะของพระเจ้า เมื่อพระเยซูถูกมารมาผจญในถิ่นทุรกันดาร ซาตานล่อลวงด้วยวิธีการต่างๆ แต่พระเยซูมีชัยชนะต่อซาตานโดยการอ้างพระวจนะของพระเจ้าทุกครั้ง ดังนั้น พระวจนะของพระเจ้าเป็นพระแสง หรือดาบซึ่งมี 2 คม สามารถต่อสู้กับซาตานได้ทุกด้าน คริสเตียนทั้งหลายจึงต้องใช้พระวจนะของพระเจ้าในการต่อสู้กับซาตานจึงจะมีชัยชนะได้ ขณะที่คริสเตียนทั้งหลายยังอาศัยอยู่ในโลกนี้ คริสเตียนยังต้องเผชิญกับศัตรู 2 กลุ่มด้วย กลุ่มหนึ่งคือการงานของเนี้อหนัง อัครทูตเปาโลกล่าวว่า “แล้วการงานของเนื้อหนังนั้นเห็นได้ชัด คือการล่วงประเวณี การโสโครก การลามก การนับถือรูปเคารพ การถือวิทยาคม การเป็นศัตรูกัน การวิวาทกัน การริษยากัน การโกรธกัน การใฝ่สูง การทุ่มเถียงกัน การแตกก๊กกัน การอิจฉากัน การเมาเหล้า การเล่นเป็นพาลเกเร และการอื่นๆในทำนองนี้อีก เหมือนที่ข้าพเจ้าได้เตือนท่านมาก่อน บัดนี้ข้าพเจ้าขอเตือนท่านเหมือนกับที่เคยเตือนมาแล้วว่า คนที่ประพฤติเช่นนั้นจะไม่ได้ส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า” (กาลาเทีย 5: 19-21) อีกกลุ่มหนึ่งคือซาตาน ซึ่งพร้อมที่หลอกลวง ล่อลวง ทำลาย ทำร้าย อื่นๆที่ทำให้คริสเตียนไม่เชื่อฟังพระเจ้า ดังนั้น คริสเตียนทั้งหลายต้องสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าให้พร้อมอยู่เสมอ จึงจะมีชัยชนะเหนือซาตานได้ เพราะ”พระองค์ทรงปลดเทพผู้ครอง และศักดิเทพเสีย พระองค์ได้ทรงประจานเขา และชนะเขาโดยกางเขนนั้น” (โคโลสี 2:15) หนังสือสารบัญ