คุณเลือกทางไหน

หมวด 1: พระเจ้ากับซาตาน

การดำเนินชีวิตของมนุษย์มิได้เป็นอิสระ ชีวิตถูกควบคุมโดยสภาพแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นลมฟ้าอากาศจนถึงคนซึ่งอยู่ใกล้เคียง ทุกๆวัน มนุษย์ต้องแก้สภาพหรือปัญหาชีวิตประจำวัน เช่น อากาศร้อน เขาก็สวมเสื้อบางๆ อากาศหนาว เขาก็สวมเสื้อหนาๆ เมื่อมีปัญหา แผ่นดินไหว น้ำท่วม ภูเขาไฟระเบิดและอุทกภัย เขาก็เลือกวิธีป้องกันหรือหาทางหลบหนีต่างๆ แต่หลายๆครั้ง มนุษย์ก็แก้ปัญหาไม่ได้ คนซึ่งทำมาหาเลี้ยงชีพหรือมีครอบครัวก็พยายามหาเงินมาเลี้ยงตนเองและครอบครัวให้มีความสุข แต่คนจำนวนมากก็แก้ปัญหาของตนและครอบครัวไม่ได้เช่น คนตกงาน คนไม่มีที่อยู่ คนอดอยาก เป็นต้น ดังนั้น มนุษย์ต้องเลือกทางชีวิตว่าจะเดินไปทางไหน เขามีทางเลือกของร่างกายว่าจะให้ร่างกายแข็งแรงหรืออ่อนแอ เขามีทางเลือกของจิตใจว่าจะให้จิตใจร่าเริงหรือโศกเศร้า เขามีทางเลือกของจิตวิญญาณว่าจะให้จิตวิญญาณไปอยู่ในที่ดีกว่าเช่นสวรรค์หรือไปอยู่ในที่เลวกว่าเช่นนรก ถึงแม้เขาเลือกให้ร่างกายแข็งแรงหรือจิตใจให้ร่าเริง แต่ร่างกายและจิตใจก็เสื่อมคลายลงได้ตามวารเวลาและในที่สุดก็กลายเป็นผงคลีดิน ไม่ว่า เศรษฐีหรือคนจน คนมีอำนาจหรือคนมีชื่อเสียงล้วนต้องตายทั้งสิ้น ส่วนจิตวิญญาณนั้นไม่ตายและจะอยู่ต่อไปแม้ร่างกายและจิตใจจะเสื่อมสลายไป ความสำคัญของชีวิตจึงอยู่ที่จิตวิญญาณไม่ใช่ร่างกายหรือจิตใจ แล้วเขาจะแน่ใจได้อย่างไรว่าจิตวิญญาณของเขาไปสู่ในที่ดีกว่า มนุษย์แสวงหาทางที่จะไปสู่สถานที่ดีกว่าด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ทำความดี หรือ นับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็มีคนจำนวนมากไม่เชื่อว่ามีภพหน้า เขาคิดว่า ชีวิตนี้ตายไปก็สิ้นสุดลงจึงไม่ต้องไปห่วงชีวิตในภพหน้า ให้หาความสุขให้มากที่สุดในโลกนี้ นอกจากนี้ มีคนเป็นจำนวนมากที่เชื่อว่า ไม่มีพระผู้สร้าง ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นตามกฎของธรรมชาติ เช่นมนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐเกิดจากการวิวัฒนาการจากสัตว์เซลล์เดียวจนเป็นสัตว์หลายเซลล์จนเป็นลิงและในที่สุดเป็นมนุษย์ จักรวาล ดวงดาวต่างๆจนถึงโลกก็เกิดขึ้นตามกฎของธรรมชาติ โดยไม่เชื่อว่าเกิดจากการสร้างของพระผู้สร้าง ปัญหาจึงเกิดขึ้นว่า ใครเป็นผู้สร้างกฎของธรรมชาติ แต่จิตใต้สำนึกของมนุษย์ทุกคนก็ไม่แน่ใจ เขาจะมีความหวาดกลัวเงียบเหงาเมื่อถึงเวลาที่ต้องจากโลกนี้ไป เพราะเขาไม่มีความหวังเลย แต่จิตใต้สำนึกของมนุษย์ซึ่งเชื่อว่ามีโลกหน้ารู้ว่า ชีวิตของมนุษย์ไม่ได้สิ้นสุดเพียงโลกนี้ จะสังเกตว่า เมื่อคนเข้าสู่วัยชรา เขาจะหันไปหาความสงบ นั่งวิปัสนา เข้าวัดเข้าวา คนที่ผิดใจกันก็จะหาทางอโหสิกรรมกัน เพราะเขาไม่แน่ใจว่าถ้าเขาตายไป เขาจะไปไหน เขารู้ว่า ภพหน้านั้นมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีอำนาจเหนือมนุษย์อยู่ มนุษย์จึงทำความดีโดยเชื่อว่า ความดีจะช่วยเขาไปสู่ในที่ดีกว่า มนุษย์ยังแสวงหาสิ่งที่มีอำนาจมาช่วยเหลือเขา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่คนเชื่อและนับถือมีชื่อเรียกต่างๆกัน เช่น พระเจ้าในศาสนายิว พระอาหล่าของศาสนาอิสลาม พระพรหมของศาสนาฮินดูและพระอื่นๆ บางคนก็นับถือภูตผีซาตาน แท้ที่จริง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มนุษย์นับถือมีสองกลุ่มเท่านั้นคือ กลุ่มแรกคือพระเจ้าที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์ของยิว พระเจ้าองค์นี้เป็นพระผู้สร้างที่เที่ยงแท้ และมีลักษณะเป็นตรีเอกานุภาค ประกอบด้วยพระเจ้าสามพระองค์ในภาคเดียวกันคือพระบิดา พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์ และกลุ่มที่สองคือพวกซาตานซึ่งสร้างพระเทียมต่างๆขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์กราบไหว้ ดังนั้น ชีวิตมนุษย์จึงต้องเลือกว่าจะเชื่อพระองค์ไหนหรือนับถือภูตผีซาตานตนไหน แท้ที่จริง จากการศึกษาเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของโลก เรื่องราวของมนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งเล่าสู่กันมาเป็นเรื่องราวของพระเจ้ากับมนุษย์ซึ่งโมเสสได้รวบรวมขึ้นในหนังสือที่เรียกว่าพระคัมภีร์ของศาสนายิวเล่มแรกคือปฐมกาล และมีหนังสืออีกเล่มหนึ่งชื่อ “โยบ” ซึ่งเชื่อว่าเก่าแก่มากโดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้เขียน หนังสือ “โยบ”ก็เป็นเรื่องราวระหว่างพระเจ้า มนุษย์และซาตาน มนุษย์กลุ่มแรกซึ่งเกี่ยวข้องกับพระเจ้า เช่น อาดัม เอวา จนถึงโนอาห์ซึ่งเป็นต้นตระกูลของมนุษยชาติและชนชาติต่างๆในเวลาต่อมา ในสมัยของโนอาห์ โนอาห์ ภรรยาและลูกๆเชื่อพระเจ้าเที่ยงแท้ ต่อมาภายหลัง มนุษย์มีการขยายพันธุ์เป็นครอบครัวใหญ่ เป็นเผ่าพันธุ์ จนกลายเป็นชนชาติต่างๆในสมัยโบราณ เช่น ชนชาติซูเมอร์ ชนชาติอัสซีเรีย ชนชาติบาบิโลน ชนชาติอียิปต์ ชนชาติเปอร์เซีย ชนชาติจีน ชนชาติอินเดีย ชนชาติอิสราเอล และอื่นๆ จนมีการสร้างพระต่างๆขึ้นมาแทนพระเจ้าเที่ยงแท้ สรุปคือพระซึ่งคนนับถือตั้งแต่มีประวัติศาสตร์โลกคือพระเจ้าเที่ยงแท้ ก่อนที่จะมีการนับถือพระอื่นๆ มนุษย์จึงต้องเลือกระหว่างพระเจ้าเที่ยงแท้และซาตานซึ่งสร้างพระเทียมต่างๆขึ้นมา