หนังสือส่องใจ

92 พระเจ้าทรงเรียกผู้รับใช้

ในฐานะของการเป็นคริสเตียน เราเชื่อว่า พระเจ้าได้เลือกพวกเราให้มารับใช้พระองค์ ในพระธรรมคัมภีร์ทั้งพระคัมภีร์เดิมและใหม่ ก็มีตัวอย่างที่พระเจ้าได้เลือกผู้รับใช้ของพระองค์ พระธรรมที่เราอ่านมาเป็นชีวิตของผู้ชายคนหนึ่งชื่อ โมเสส ครั้งหนึ่งเขาเคยได้รับการยกย่องว่า เป็นเจ้าชายแห่งอียิปต์ แต่เขาเป็นชาวยิว วันหนึ่งเขาเห็นคนอียิปต์คนหนึ่งกำลังตีคนฮีบรูหรือชาวยิว และเขาได้ฆ่าคนอียิปต์นั้นเสีย การฆ่าคนอียิปต์เป็นความผิดร้ายแรง โมเสสจึงต้องหนีไปที่แหล่งทุรกันดาร และได้พบกับเยโธรชาวมีเดียน และเขาได้แต่งงานกับลูกสาวของเขา เขาได้อาศัยอยู่ที่นั่น และช่วยเลี้ยงฝูงแกะของเยโธร วันหนึ่งเขาได้ต้อนแพะแกะไปทางตะวันตกไปจนถึงภูเขาโฮเรบ ซึ่งเป็นภูเขาของพระเจ้าและที่นั่น เขาได้พบพุ่มไม้เป็นเปลวไฟ แต่มิได้ไหม้ เขาจึงเข้าไปใกล้ พระเจ้าจึงได้ตรัสออกมาจากพุ่มไม้นั้นว่า โมเสส โมเสสเอ๋ย (อพยพ 3:4) เวลาพระเจ้าเรียกเรา พระเจ้าจะเรียกเราแต่ละคน เพราะทุกคนมีความสำคัญต่อพระเจ้า วันนี้พระเจ้าได้เรียกพวกเราแต่ละคน พระองค์มีจุดประสงค์ให้แต่ละคนทำหรือรับใช้พระองค์ พระเจ้าต้องการคำตอบจาก พวกเราว่าจะรับใช้พระองค์ได้ขนาดไหน โมเสส ทูลตอบพระเจ้าว่า “ข้าพระองค์อยู่ที่นี่” (อพยพ 3:4) ให้เราบอกกับพระเจ้าในวันนี้ว่า ข้าพระองค์อยู่ที่นี่ ข้าพระองค์ต้องการจะรับใช้พระองค์ ในข้อที่ 5 พระเจ้าได้ให้โมเสสถอดรองเท้าของเขาออกเสีย เพราะที่เขายืนอยู่นั้นเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ พี่น้องที่รัก พระเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ์ เราจะต้องละทิ้งความผิดบาปของเรา ให้พระเยซูคริสต์ชำระบาปของเรา เราจึงจะเข้าเฝ้าพระเจ้าได้ พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า ข้อ 7 “เราเห็นความทุกข์ของประชากรของเราที่อยู่ในประเทศอียิปต์ เราได้ยินเสียงร้องของเขา เพราะการกดขี่ของพวกนายงาน เรารู้ถึงความทุกข์ร้อนต่างๆของเขา เราลงมาเพื่อจะช่วยเขาให้รอดจากมือชาวอียิปต์ และนำเขาออกจากประเทศนั้น ไปยังแผ่นดินที่อุดมกว้างขวาง เป็นแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์” (อพยพ 3:7-8) “บัดนี้คำร่ำร้องของชนชาติอิสราเอลมาถึงเราแล้ว ทั้งเราได้เห็นการบีบคั้น ซึ่งชาวอียิปต์กระทำต่อเขาแล้ว เราจะใช้เจ้าไปเฝ้าฟาโรห์ เพื่อจะได้พาประชากรของเรา คือ ชนชาติอิสราเอลออกจากอียิปต์” (อพยพ 3:9-10) พี่น้องที่รัก พระเจ้าได้เลือกโมเสส เป็นผู้ไปนำชาวอิสราเอลออกจากอียิปต์ ในวันนี้พระเจ้าได้เลือกท่านทั้งหลายให้พาคนทั้งหลายออกจากแผ่นดินแห่งความบาปมาสู่แผ่นดินของพระเจ้า มีคนอีกมากมายซึ่งยังไม่รู้จักพระเจ้า พวกเขายังเป็นคนบาป ให้เราไปพาพวกเขามาหาพระองค์ พี่น้องที่รัก หลายๆครั้ง เราไม่ได้ทำ เราละเลย หรือไม่เราก็ปฏิเสธที่จะทำตามที่พระเจ้าขอให้เราทำ เราตั้งคำถามกับพระเจ้ามากมาย ดังเช่นโมเสส ได้ตั้งคำถามกับพระเจ้า คำถามข้อที่หนึ่ง (อพยพ 3:11) โมเสสจึงทูลพระเจ้าว่า “ข้าพระองค์เป็นผู้ใดเล่า จึงจะไปเฝ้าฟาโรห์และนำคนอิสราเอลออกจากอียิปต์” โมเสสมีคำถามว่า ทำไมพระเจ้าจึงมาเลือกเขา มีคนมากมาย ซึ่งมีชื่อเสียง เงินทอง อำนาจ ทำไมพระองค์ไม่ไปเลือกคนเหล่านั้น แต่มาเลือกผู้เลี้ยงแกะอย่างเขา ทุกวันนี้เรามีคำถามกับพระเจ้า เราเป็นคนธรรมดา หาเช้ากินค่ำ เราไม่มีความสามารถ แล้วพระเจ้ามาเลือกเราทำไม พี่น้องที่รัก พระเจ้าเลือกท่าน มิใช่ว่า ท่านมีชื่อเสียง เงินทอง มีอำนาจ แต่พระเจ้าเลือกท่านเพราะพระเจ้ามีจุดประสงค์สำหรับท่านแต่ละคน พระเยซูคริสต์เลือกสาวก 12 คน คนเหล่านั้นเป็นคนธรรมดา หรือไม่ก็เป็นคนบาป เช่น เปโตร อันดรู ยอห์น เป็นคนหาปลา มัทธิวเป็นคนเก็บภาษี เป็นต้น พระเจ้าต้องการเลือกท่าน พระเยซูตรัสว่า ท่านทั้งหลายไม่ได้เลือกเรา แต่เราได้เลือกท่านทั้งหลาย และได้แต่งตั้งท่านทั้งหลายไว้ให้ท่านไปเกิดผล” (ยอห์น 15:16) พระเจ้าต้องการเลือกท่านทั้งหลายให้เไปเกิดผล คำถามข้อที่สอง โมเสสถามพระเจ้าว่า “เมื่อข้าพระองค์ไปหาชนชาติอิสราเอล เขาจะถามข้าพระองค์ว่า พระองค์ทรงพระนามว่ากระไร ข้าพระองค์จะตอบเขาอย่างไร” นี่เป็นคำถามที่ดี โมเสสเป็นชาวยิวโดยกำเนิด เขาเกิดมาก็รู้ว่ามีพระเจ้า แต่แท้ที่จริงเขายังไม่รู้จักพระองค์ พวกเราที่นั่งอยู่ที่นี่ ทั้งที่เป็นคริสเตียน และไม่ใช่คริสเตียน ท่านรู้ไหมว่า พระเจ้าของเรามีพระนามว่ากระไร หรือท่านรู้ไหมว่า พระเจ้าองค์นี้เป็นใคร ผมเห็นใจโมเสส เพราะเขารู้จักรพระเจ้ามาตั้งแต่เกิด เขาศึกษาพระคัมภีร์ แต่เขาไม่แน่ใจว่า เรารู้จักพระเจ้า พระองค์เป็นใคร พระเจ้าของเรา คือยาเวห์ (Yaweh) พระยะโฮวาห์ พระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัค และพระเจ้าของยาโคบ และเป็นพระเจ้าของพวกเรา เวลาเราออกไปประกาศพระคำของพระเจ้า เรารู้หรือยังว่า เราไปประกาศอะไร ทุกวันนี้ เราไม่ได้ไปประกาศศาสนาคริสต์ ไม่ได้ไปประกาศให้คนทั้งหลายต้องทำความดี ทำบุญทำทาน เพื่อชาติหน้าจะไปเกิดที่ดีกว่า ไม่ใช่เช่นนั้น เราไปประกาศข่าวประเสริฐ ให้คนทั้งหลายได้รู้ว่า มนุษย์ทำบาป และความบาปนำไปสู่ความตาย พระเจ้าได้เสด็จลงมาเป็นมนุษย์ คือ พระเยซูคริสต์ลงมาตายบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปของเรา นี่คือพระเจ้าเที่ยงแท้ของเรา พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า เราเป็นผู้ซึ่งเราเป็น (อพยพ 3:14) พระองค์ผู้ทรงพระนามว่า “เราเป็น” แปลว่า เราทรงเป็น หรือทรงอยู่พระเจ้าองค์นี้ คือพระเจ้าซึ่งเป็นอยู่ชั่วนิรันดร์ พระองค์เป็นเบื้องต้น และเบื้องปลาย (Alpha and Omega) เพราะพระองค์เป็นพระเจ้าซึ่งเป็นอยู่ชั่วนิรันดร์ เราจึงจะมีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์ เช่นเดียวกันพระองค์ คำถามข้อที่สาม โมเสสถามพระเจ้าว่า “แต่พระองค์เจ้าข้า เขาจะไม่เชื่อ ข้าพระองค์ หรือฟังเสียงของข้าพระองค์” (อพยพ 4:1) มีบ่อยครั้งที่เราออกไปประกาศข่าวประเสริฐ เรามีความไม่แน่ใจว่า เขาจะฟังเราหรือเปล่า หรือไม่ เขาอาจจะต่อว่าเราหรือทำร้ายเราได้ ทำให้เราไม่กล้าที่จะไปประกาศ พระเจ้าจึงตรัสกับโมเสสว่า อะไรอยู่ในมือของเจ้า ท่านทูลว่า “ไม้เท้า พระเจ้าข้า” ไม้เท้านี้เป็นไม้เท้าของพระเจ้า ไม้เท้าโยนลงกับพื้นจะกลายเป็นงู แตะแม่น้ำ แม่น้ำได้กลายเป็นเลือด แตะก้อนหินน้ำก็ไหลออกจากก้อนหินนั้น ไม้เท้านี่เป็นไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ โมเสสไปกับไม้เท้า เขาก็จะปลอดภัยไม่ได้รับอันตราย พี่น้องที่รัก พระเจ้าได้ให้ไม้เท้ากับเราในวันนี้ อะไรคือไม้เท้าของเรา พระคัมภีร์เล่มนี้ คือไม้เท้าของเรา ถ้าเราจะไปประกาศพระคำพระเจ้าให้คนอื่นฟัง แล้วเราไม่พกพระคัมภีร์ หรือไม่อ่านพระคัมภีร์ เราจะไปประกาศได้อย่างไร เราจะไปสู้กับซาตานได้อย่างไร ทุกวันนี้ ท่านพกไม้เท้าคือ พระคัมภีร์มาโบสถ์ หรือเปล่า คำถามข้อที่สี่ แต่โมเสสทูลพระเจ้าว่า “ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์มิใช่คนช่างพูด ทั้งในกาลก่อน และตั้งแต่เวลาที่พระองค์ตรัสกับผู้รับใช้ของพระองค์ ข้าพระองค์เป็นคนพูดไม่คล่องแคล่ว” (อพยพ 4:10) พระเจ้าจึงตรัสกับโมเสสในข้อ 11-12 ว่า ผู้ใดเล่าที่สร้างปากมนุษย์ หรือทำให้เป็นใบ้หูหนวก ตาดี หรือ ตาบอด เราพระเจ้าเป็นผู้ทำไม่ใช่หรือ เพราะฉะนั้น ไปเถิด เราจะอยู่ที่ปากของเจ้า และจะสอนคำซึ่งควรจะพูด” พี่น้องที่รัก พระเจ้าทรงใช้เราหรือทรงเลือกเราให้มารับใช้พระองค์ แต่พระเจ้าไม่ได้ให้เราไปตามลำพัง พระองค์ได้มอบไม้เท้หรือพระคัมภีร์ พระองค์จะเป็นผู้ตรัสแทนเรา โดยการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ท่านไม่ได้ไปประกาศคนเดียว ท่านไปประกาศร่วมกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพราะพระองค์ตรัสกับสาวกของพระองค์ ก่อนเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ว่า “ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดี ทรงมอบไว้แก่เราแล้ว เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้ถือสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไปจนกว่าจะสิ้นยุค” (มัทธิว 28:18-20) สรุปคือ การเลือกผู้มารับใช้ของพระเจ้าแตกต่างกับการเลือกของชาวโลก พระเจ้าทรงมอบที่ใจของเราว่า เรามีความยินดีที่จะให้พระองค์ใช้หรือไม่ เพราะสติปัญญาและความสามารถนั้นมาจากพระเจ้า ไม่ใช่โดยตัวเราเอง และผลตอบแทนของการรับใช้ก็คือ ชีวิตนิรันดร์ในสวรรค์