หนังสือส่องใจ

91 พ่อตัวอย่าง

เมื่อมีคำว่า “พ่อ” ก็ต้องมีคำว่า “ลูก” เพราะสองคำนี้มีความสัมพันธ์กัน คนซึ่งเป็นพ่อก็อยากมีลูกเหมือนอย่างใจที่เขาต้องการ อยากมีลูกที่เชื่อฟัง เรียนหนังสือเก่ง มีหน้าตาดี มีอาชีพที่ดี และมีชื่อเสียง ส่วนลูกก็อยากมีพ่อซึ่งรักดูแลและเลี้ยงดูลูก มีบ้านสวยๆให้ลูกอยู่ และมีเงินทองให้ลูกใช้จ่าย นี่คือภาพของพ่อในฝัน หรือลูกในฝัน เป็นพ่อหรือลูกซึ่งจินตนาการขึ้นหรือในหนังสือนิยาย ซึ่งคนแต่งขึ้น แต่ในสภาพที่เป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือลูก ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ (Perfect) นั่นคือ พ่ออยากให้ลูกเป็นเหมือนดั่งใจไม่ได้ และลูกอยากให้พ่อเป็นอย่างที่คิดก็ไม่ได้ ในพระธรรมลูกา 15:11-32 พระเยซูคริสต์ได้เล่าคำอุปมาถึงพ่อคนหนึ่ง มีลูกชาย 2 คน พ่อคนนี้เป็นคนมั่งคั่ง มีทรัพย์สมบัติมากมาย (ข้อ 12) และมีบ่าวและลูกจ้างมากมาย (ข้อ 17) พ่อคนนี้ดูเหมือนว่า เขาจะมีพร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เขาก็ต้องผิดหวัง เพราะลูกชายทั้ง 2 คนไม่เหมือนดั่งใจคิด พระเยซูเล่าว่า ลูกคนน้อยมาหาพ่อและขอทรัพย์ คือเงินที่ตกเป็นส่วนของเขา ต่อมาไม่กี่วัน บุตรน้อยนั้นก็รวบรวมทรัพย์ทั้งหมดแล้วไปเมืองไกล และได้ผลาญทรัพย์ของตนที่นั่นด้วยการเป็นนักเลง เขาไม่เรียนหนังสือ ไม่ทำมาหากิน ต่อมาเขาได้ผลาญเงินที่เขาได้มาจากพ่อของเขาจนหมด ผมเชื่อว่า พ่อคนนี้คงมีความทุกข์ใจ นอกจากลูกน้อยคนนี้จะไม่เชื่อฟังแล้วยังสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้วงศ์ตระกูลด้วย ในข้อ 14 บอกว่า เมื่อใช้ทรัพย์หมดแล้ว ก็เกิดกันดารอาหารยิ่งนักทั่วเมืองนั้น เขาจึงขัดสน เขาไปอาศัยอยู่กับชาวเมืองนั้นคนหนึ่ง และคนนั้นก็ใช้เขาไปเลี้ยงหมูที่ทุ่งนา อาชีพเลี้ยงหมูเป็นอาชีพที่ต่ำที่สุดและไม่มีใครอยากทำ ในข้อ 16 บอกว่า “เขาใคร่จะได้อิ่มท้องด้วยฝักถั่วที่หมูกินนั้น แต่ไม่มีใครให้อะไรเขากิน” เขาอดอยากกินแต่อาหารของหมู ในข้อ 17 “เมื่อเขารู้สำนึกตัวแล้วจึงพูดว่า ลูกจ้างของบิดาเรามีมาก ยังมีอาหารกินอิ่มและเหลืออีก ส่วนเราจะมาตายที่นี่เพราะอดอาหาร” บุตรน้องสำนึกความผิดบาปของตน ในข้อ 18 บอกว่า “จำเราจะลุกขึ้นไปหาบิดาของเราและพูดกับท่านว่า ‘บิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้าได้ผิดต่อสวรรค์และผิดต่อท่านด้วย ข้าพเจ้าไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นลูกของท่านต่อไป ขอท่านให้ข้าพเจ้าเป็นเหมือนลูกจ้างของท่านคนหนึ่งเถิด’” พี่น้องที่รัก เวลาที่ลูกของเราทำผิดต่อเราแล้วสำนึกผิด เราจะให้อภัยแก่ลูกได้ไหม พระเยซูเล่าคำอุปมานี้เพื่อต้องการให้เราได้เห็นตัวอย่างของพ่อที่ดี จากเหตุการณ์ที่อ่านมา เราสามารถแยกลักษณะของพ่อคนนี้ 1) พ่อคนนี้เป็นพ่อที่มีใจห่วงใย พระเยซูเล่าต่อไปว่า “เมื่อบุตรน้อยไปหาบิดาของตน แต่เมื่อเขายังอยู่แต่ไกล บิดาแลเห็นเขา พี่น้องที่รัก พ่อคนนี้ห่วงใยลูก รอคอยการกลับบ้านของลูก เขายืนมองไปแต่ไกล เมื่อใดลูกจะกลับมา ผมเชื่อว่าเขาคงถามคนที่เดินทางไกลว่า เห็นบุตรน้อยของเขาหรือเปล่า เขาเป็นอย่างไร เขาได้แต่ชะเง้อคอรอลูกอยู่ทุกวัน พี่น้องที่รัก มีพ่อคนหนึ่งบอกกับผมว่า เขาอธิษฐานเผื่อลูกของเขาทุกวัน มา 40 ปีให้มาเชื่อพระเจ้า ทั้งๆที่ลูกของเขาอายุ 50 ปีแล้ว ในที่สุด ลูกของเขาก็มาเชื่อพระเจ้า 2) พ่อคนนี้เป็นพ่อที่มีใจเมตตาสงสาร ในพระคัมภีร์บอกว่า บิดาแลเห็นเขาก็มีความเมตตา จึงวิ่งออกไปกอดคอจูบเขา พี่น้องที่รัก ให้เราเป็นพ่อซึ่งมีใจเมตตาต่อลูก ไม่ว่าลูกจะดีหรือเลว 3) พ่อคนนี้เป็นพ่อที่รักและให้อภัย เมื่อลูกน้อยกลับบ้าน บิดาสั่งบ่าวของตนว่า จงรีบไปเอาเสื้ออย่างดีที่สุดมาสวมให้เขา และเอาแหวนมาสวมนิ้วมือ กับเอารองเท้ามาสวมให้เขา ถึงแม้ลูกจะชั่วอย่างไร พ่อคนนี้ให้อภัยและรักลูกอย่างไม่มีข้อแม้ การสวมเสื้ออย่างดีที่สุด คือยกฐานะให้เป็นลูกอย่างเดิม การสวมแหวน คือ แสดงถึงตำแหน่งของการสืบสกุล การสวมรองเท้า แสดงถึงเป็นคนที่มีเสรีภาพ เพราะทาสไม่สวมรองเท้า เอาลูกวัวอ้วนพีมาฆ่าเลี้ยงกัน เป็นการต้อนรับอย่างมีเกียรติ ดังนั้น ความรักของพ่อจึงเป็นความรักที่ไม่มีข้อแม้ใดๆ 4) พ่อคนนี้เป็นพ่อที่มีใจยุติธรรม พระเยซูเล่าต่อไปว่า ในข้อ 25 “ฝ่ายบุตรคนใหญ่นั้นกำลังอยู่ทุ่งนา เมื่อเขากลับมาใกล้ตึกแล้ว ก็ได้ยินเสียงมโหรี และเต้นรำ เขาทำอะไรกัน บ่าวจึงตอบว่า ‘น้องของท่านกลับมาแล้ว และบิดาได้ให้ฆ่าลูกวัวอ้วนพี เพราะได้ลูกกลับมาโดยสวัสดิภาพ’” แทนที่พี่ชายจะดีใจที่น้องกลับมา และไปต้อนรับน้อง กลับไปโกรธพ่อ ในข้อ 28 ฝ่ายพี่ชายก็โกรธไม่ยอมเข้าไป บิดาจึงออกมาชักชวนเขา แต่เขาบอกบิดาว่า ‘ดูแน่ะ ข้าพเจ้าได้ปรนนิบัติท่านกี่ปีมาแล้ว และมิได้ละเมิดคำบัญชาของท่านสักข้อหนึ่งเลย แม้แต่เพียงลูกแพะสักตัวหนึ่ง ท่านก็ยังไม่เคยให้ข้าพเจ้า เพื่อจะเลี้ยงกันเป็นที่ร่าเริงยินดีกับเพื่อนฝูงของข้าพเจ้า แต่เมื่อลูกคนนี้ของท่านเคยคบหญิงคนชั่วมาแล้ว ท่านยังได้ฆ่าลูกวัวอ้วนพีเลี้ยงเขา บิดาจึงตอบเขาว่า “ลูกเอ๋ย เจ้าอยู่กับเราเสมอ และสิ่งของทั้งหมดของเราก็เป็นของเจ้า แต่สมควรท่เราจะได้รื่นเริงและยินดี เพราะน้องของเจ้าคนนี้ตายแล้ว แต่กลับเป็นขึ้นอีก หายไปแล้ว แต่ได้พบกันอีก” แท้ที่จริงพ่อคนนี้เป็นคนยุติธรรมต่อลูกทั้ง 2 คน เพราะปฏิบัติตามกฎบัญญัติ คือ ลูกคนโตจะได้มรดกของพ่อ อย่างน้อย 2 ใน 3 ส่วน ลูกคนอื่นๆ จะได้เงินทองเป็นส่วนแบ่งมรดก พ่อคนนี้จึงยุติธรรมต่อลูก เมื่อเรามาพิจารณา เกี่ยวกับบุตรคนใหญ่นี้ เขาดูเหมือนเป็นคนดี ช่วยพ่อทำมาหากิน เขาปฏิบัติตามคำสั่งและกฎเกณฑ์ของพ่อทุกอย่าง แต่พ่อไม่เคยให้รางวัลแก่เขา แม้แต่ลูกแพะสักตัวหนึ่งก็ไม่เคยฆ่ามาเลี้ยงกัน การจัดงานเลี้ยงของยิวนั้น การเลี้ยงด้วยการฆ่าวัวอ้วนพีคือ เป็นการเลี้ยงใหญ่ การเลี้ยงด้วยลูกแพะ คือ เป็นการเลี้ยงที่เล็กที่สุด ถ้าเราอ่านพระคัมภีร์ให้ละเอียด เราจะพบว่า สิ่งของทั้งหมดของพ่อก็เป็นของเขา เขาจะจัดงานเลี้ยงใหญ่แค่ไหนก็ได้ ถึงแม้บุตรคนใหญ่จะเป็นคนดี ปฏิบัติตามกฎบัญญัติต่างๆ แต่เขาขาดความรัก พระเยซูได้เล่าคำอุปมานี้ให้ฟัง สรุปได้ คือ 1) ถึงพ่อจะเป็นคนดี เลี้ยงดูลูกอย่างดี แต่ลูกไม่เชื่อฟัง 2) พระเยซูชี้ให้เห็นลักษณะของพ่อที่ดี คือ • เป็นพ่อที่มีใจห่วงใยลูก • เป็นพ่อที่มีใจเมตตาสงสารลูก • เป็นพ่อที่มีใจรักให้อภัย • เป็นพ่อที่มีใจยุติธรรม เราซึ่งเป็นพ่ออยู่ทุกวันนี้ ทำแบบนี้กับลูกของเราหรือไม่ พ่อบางคนทำงานหามรุ่งหามค่ำ ไม่มีเวลาให้ลูก พ่อบางคนเที่ยวเตร่กลางคืน ไม่เคยมีโอกาสกล่อมลูกให้หลับนอน หรือเล่านิทานให้ลูกฟังก่อนนอน พ่อบางคนขี้เหล้าเมายา ทุกๆคือได้แต่เมากอดขวดเหล้าแทนที่จะกอดลูก และบางคนเป็นพ่อที่เห็นแก่ตัว พอตกเย็นหรือวันเสาร์อาทิตย์ ก็แบกถุงกอล์ฟไปตีกอล์ฟ ไม่เคยอยู่กับลูก เราเป็นพ่อแบบนี้หรือเปล่า พี่น้องที่รัก ลักษณะของพ่อคนนี้เป็นลักษณะของพระบิดาในสวรรค์ พระองค์รักพวกเราทุกคน เหมือนลูก พระองค์อยากให้พวกเราทุกคนอยู่บนสวรรค์กับพระองค์ในวันหนึ่งข้างหน้า ทั้งๆที่ พระองค์รักพวกเราดั่งลูกของพระองค์ แต่เราก็เลือกทางผิด เลือกทำบาปมากกว่าทำดี ไม่เชื่อฟังพระองค์ หนีออกจากพระองค์ เหมือนบุตรน้อยหลงหายคนนี้ แต่พระองค์ก็ทรงเป็นห่วง รอคอยการกลับมาของบุตรน้อย พระองค์ชะเง้อมองไปยังถนนที่ทอดไกลออกไป เมื่อใดบุตรน้อยจะกลับบ้าน ถึงบุตรน้อยจะชั่วอย่างไร พระองค์ก็ยังรักและห่วงใยอยู่เสมอ และเมื่อบุตรน้อยกลับมา พระองค์ก็ดีใจ ยกฐานะบุตรน้อยให้เป็นบุตรอย่างเดิม ไม่ได้ต่อว่าบุตรน้อยสักคำ มิหนำซ้ำยังจัดงานเลี้ยงต้อนรับใหญ่โต ตนเป็นที่อิจฉาของบุตรคนใหญ่ เปรียบเสมือนในโบสถ์ของเรา เวลาที่เรามีคนมาเชื่อพระเจ้า 1 คน เราจะฉลองใหญ่ ทุกคนมีความชื่นชมยินดี และเราจะไม่อิจฉาเหมือนบุตรคนใหญ่นี้ ในข้อที่ 24 กล่าวว่า “เพราะว่าลูกของเราคนนี้ตายแล้ว แต่กลับเป็นอีก หายไปแล้ว แต่ได้พบกันอีก เขาทั้งหลายต่างก็มีความรื่นเริงยินดี” นี่คือ พ่อตัวอย่างซึ่งรักลูกตามลักษณะของพระบิดาเจ้า เพราะพระบิดาเจ้าทรงรักเรา พระองค์ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ คือพระเยซูคริสต์ลงมาในโลก เพื่อว่าผู้ที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศแต่จะมีชีวิตนิรันดร์