หนังสือส่องใจ

79 คำพยานของนายร้อย

เมื่อพระเยซูได้ถูกตรึงบนไม้กางเขนกับโจรอีก 2 คนที่ภูเขาหัวกะโหลก หรือ กลโกธา มีฝูงชนมายืนมองดูเหตุการณ์ในเวลานั้น ตั้งแต่มารดาของพระเยซู มารีย์มักดาลา นางสะโลเม และผู้หญิงคนอื่นๆ ยอห์นสาวกของพระเยซู ตลอดจนถึงพวกยิวและทหารโรมัน ในฝูงชนเหล่านั้น มีนายร้อยคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ที่นั่นด้วย ในพระคัมภีร์ได้บันทึกว่า “นายร้อยที่ยืนอยู่ตรงพระพักตร์พระองค์ เมื่อเห็นว่าพระองค์สิ้นพระชนม์อย่างนั้นแล้ว จึงพูดว่า แท้จริง ท่านผู้นี้เป็นพระบุตรของพระเจ้า” (มาระโก 15:39) นายร้อยคนนี้เป็นคนสำคัญคนหนึ่งของกองทัพโรมัน เพราะเขาเป็นคนใกล้ชิดกับเจ้าเมืองปิลาต เขาเป็นผู้ไปรายงานให้ปิลาตทราบถึงการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู พระคัมภีร์บันทึกว่า “ปิลาตก็ประหลาดใจที่พระเยซูสิ้นพระชนม์แล้ว จึงเรียกนายร้อยมาถามว่า ตายแล้วหรือ เมื่อได้รู้เรื่องจากนายร้อยแล้ว ท่านจึงมอบพระศพให้แก่โยเซฟ” (มาระโก 15:44-45) นายร้อยคนนี้ต้องรู้และเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่ได้เกิดขึ้นกับพระเยซู ตั้งแต่พระเยซูได้เสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ฝูงชนได้มาต้อนรับพระเยซูและยกย่องพระองค์ให้เป็นกษัตริย์ของยิว แต่เหตุการณ์กลับเปลี่ยนไปเมื่อพระเยซูเสด็จเข้าไปในพระวิหาร ขณะที่ฝูงชนซื้อขายกันในพระวิหารนั้น พระเยซูได้ขับไล่คนเหล่านั้นซึ่งทำให้พระวิหารเป็นแหล่งค้าขายและเป็นซ่องโจร พวกปุโรหิตและพวกธรรมาจารย์ซึ่งได้วางแผนจะจับและฆ่าพระเยซูอยู่แล้ว ถือโอกาสปลุกปั่นพวกยิวในพระวิหารนั้น และที่พระวิหาร พระเยซูได้รักษาคนตาบอด และคนง่อยให้หาย นายร้อยคนนี้ได้เห็นพระเยซูตอบคำถามและคำกล่าวหาของพวกฟาริสี และพวกสะดูสี เขาได้เห็นความเป็นพระเจ้าของพระเยซู เมื่อพระเยซูถูกจับและถูกนำไปต่อหน้าเจ้าเมืองปิลาต นายร้อยคนนี้ก็อยู่ที่นั่นด้วย และเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง เขาได้เห็นปิลาตสอบสวนพระเยซู ปิลาตจึงทูลพระองค์ว่า “ท่านจะไม่พูดกับเราหรือ ท่านไม่รู้หรือว่าเรามีอำนาจที่จะปล่อยท่าน และมีอำนาจที่จะตรึงท่านที่กางเขนได้” พระเยซูตรัสตอบท่านว่า “ท่านจะมีอำนาจเหนือเราไม่ได้ นอกจากจะประทานจากเบื้องบนให้แก่ท่าน เหตุฉะนั้นผู้ที่อายัดเราไว้กับท่านจึงมีความผิดมากกว่าท่าน” (ยอห์น 19:10-11) ปิลาตก็หาโอกาสจะปล่อยพระองค์ เพราะไม่พบพระเยซูมีความผิดใดๆแต่พวกฟาริสี และคนยิวต้องการจะตรึงพระเยซูบนไม้กางเขน ปิลาตไม่ต้องการตกเป็นเครื่องมือของพวกยิว ประกอบเป็นเทศกาลปัสกา ซึ่งมีกฎปฏิบัติว่า ให้ปล่อยนักโทษ 1 คน ปิลาตจึงให้คนยิวเลือกระหว่างพระเยซู กับนักโทษการเมือง ชื่อ บานาบัส พวกยิวต้องการให้ปล่อยบานาบัสแทน ปิลาตจึงได้มอบพระเยซูให้ทหารโรมันไปเฆี่ยนตี และนำพระองค์ไปตรึงบนไม้กางเขน นายร้อยคนนี้ได้เห็นการทนทุกข์ทรมานของพระเยซูบนไม้กางเขน เลือดไหลออกจากรอยแผลจากตะปูที่มือและเท้และที่ศีรษะจากมงกุฎหนามที่สวมใส่ เลือดและน้ำไหลออกจากท้องที่ถูกทวนแทงจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ พระองค์มิได้กล่าวโทษบุคคลทั้งหลายซึ่งทำร้ายพระองค์ มิหนำซ้ำ นายร้อยคนนี้ยังได้ยินคำตรัสของพระเยซูบนไม้กางเขนว่า “โอ้ พระบิดาเจ้าข้า ขอโปรดอภัยโทษเขา เพราะว่า เขาไม่รู้ว่าเขาทำอะไร” (มัทธิว 23:34) เขายังได้ยินพระเยซูตรัสกับโจรกลับใจบนไม้กางเขน “ฝ่ายพระเยซูทรงตอบเขาว่า ‘เราบอกความจริงแก่เจ้าว่า วันนี้เจ้าจะอยู่กับเราในเมืองบรมสุขเกษม’” (ลูกา 23:43) และเขาก็ได้ยินพระเยซูตรัสว่า “สำเร็จแล้ว” (ยอห์น 19:30) พระเยซูทรงร้องเสียงดังตรัสว่า “พระบิดาเจ้าข้า ข้าพระองค์ฝากวิญญาณจิตของข้าพระองค์ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์” ตรัสอย่างนั้นแล้วก็สิ้นพระชนม์ (ลูกา 23:46) นายร้อยคนนี้ได้เป็นพยานถึงการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์บนไม้กางเขน เขาจึงพูดว่า “แท้จริง ท่านผู้นี้เป็นพระบุตรของพระเจ้า” พี่น้องที่รัก ในวันนี้ ท่านทั้งหลายได้ยินคำพยานต่างๆของคนจำนวนมากซึ่งมาเชื่อพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด และเป็นพระผู้เป็นเจ้าของเขา เพราะเขาทั้งหลายได้เห็นพระคุณความรักของพระเยซูคริสต์ แล้วท่านทั้งหลายจะไม่แสวงหาพระองค์หรือ พระเยซูคริสต์มาเคาะที่ประตูใจของท่านทั้งหลาย พระองค์ทรงประสงค์ที่จะเข้ามาประทับอยู่ในใจของท่านตลอดไปแล้วท่านทั้งหลายจะไม่ต้อนรับพระองค์ซึ่งจะมอบความรอดและชีวิตนิรันดร์แก่ท่านทั้งหลายหรือ อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยที่ท่านทั้งหลายยังไม่มาเชื่อพระเยซูคริสต์