หนังสือส่องใจ
61 ความล้มเหลว
ความล้มเหลวเป็นวิกฤตการณ์อย่างหนึ่งของการดำเนินชีวิต ทุกคนล้วนเคยมีประสบการณ์กับความล้มเหลวไม่มากก็น้อย บางคนพบความล้มเหลวในอาชีพการงาน การศึกษาเล่าเรียนครอบครัว และอื่นๆ
พอล เจเมเยอร์ ซึ่งเป็นผู้วิจัยเกี่ยวกับแรงผลักดันสู่ความสำเร็จ กล่าวว่า 90 %ของผู้ซึ่งล้มเหลวในชีวิต ไม่ใช่เขายอมแพ้ แต่เลิกหรือไม่อยากเผชิญกับชีวิตอีก นี่คือ ข้อผิดพลาด ซึ่งนำไปสู่ความล้มเหลวที่ถาวรตลอดไป
ความล้มเหลวเกิดจากความรู้ไม่เพียงพอ เช่น บางคนสำเร็จการศึกษาด้านศิลปกรรมแต่เห็นคนอื่นร่ำรวยจากการค้าขาย เปลี่ยนอาชีพไปทำการค้าขาย ผลคือ เกิดความล้มเหลว นักศึกษาบางคนล้มเหลวสอบตก เพราะเกียจคร้านไม่เรียน บางคนประสบความล้มเหลวในครอบครัว เพราะสามีภรรยาไม่พยายามเข้าใจกัน
ความล้มเหลวจากประสบการณ์ไม่เพียงพอ บางคนมีความรู้ความสามารถ แต่ไม่เคยทำงาน เขาเริ่มตั้งบริษัททำงานชิ้นใหญ่ซึ่งมีความเสี่ยงสูง แต่เขาขาดประสบการณ์ ทำให้บริษัทล้มละลาย
ความล้มเหลวจากความท้าทาย ทำในสิ่งที่ไม่มีใครทำมาก่อน มีความเสี่ยงสูง เช่นการสร้างจรวดไปลงดวงจันทร์
สติปัญญาความสามารถและความเชื่อมั่นของมนุษย์มีจำกัด เพราะมนุษย์มีความอ่อนแอ เวลาล้มเหลวในชีวิต เรารู้ลึกผิดหวัง ต่ำต้อย และเกิดความกลัว ไม่กล้าที่จะออกไปต่อสู้กับชีวิคอีก
พระเจ้าทรงทราบถึงความอ่อนแอของมนุษย์ตั้งแต่อาดัมและเอวา ชีวิตของอาดัมและเอวาประสบความล้มเหลวเพราะไม่เชื่อฟังพระเจ้าจึงต้องออกจากสวนเอเดนมาอยู่ในโลกซึ่งซาตานอยู่ ซาตานยังต้องการให้มนุษย์ออกห่างจากพระเจ้า ซาตานทำทุกอย่างที่สามารถทำให้เราล้มเหลวไม่มีโอกาสกลับไปสวรรค์ซึ่งพระเจ้าทรงตระเตรียมให้แก่เรา แต่พระเจ้าไม่ทอดทิ้งมนุษย์ จึงได้ส่งพระเยซูคริสต์มาในโลกเพื่อความริดแก่มวลมนษย์ ให้มนุษย์มาเชื่อพระเยซูคริสต์ เพื่อจิตวิญญาณของมนุษย์จะไม่ล้มเหลว โดยพระเยซูคริสต์ พระองค์จะให้มนุษย์กลับสู่สวรรค์ได้ แต่ในขณะที่มนุษย์ยังมีชีวิตอยู่ในโลก มนุษย์ยังต้องเผชิญกับสิ่งที่เป็นเนื้อหนังและซาตานซึ่งคอยทำลายมนุษย์ โดยเฉพาะคริสเตียนให้ประสบความล้มเหลว บางคนประสบความล้มเหลว ตำหนิพระเจ้า เช่น นึกว่าเป็นคริสเตียนต้องร่ำรวย แต่พอไม่ร่ำรวยอย่างที่คิด เกิดความผิดหวัง ภรรยาถูกสามารถฟ้องหย่าทั้งๆที่ตนเองไม่มีความผิด เธอรู้สึกว่า ชีวิตครอบครัวของเธอล้มเหลว พระองค์ได้ทรงเตือนสติคริสเตียนผู้ซึ่งประสบความล้มเหลวว่า
1) จงลุกชึ้น พระวิญญานบริสุทธิ์ทรงสถิตอยู่กับเรา และจะทรงช่วยเหลือเราในเวลาที่เราประสบปัญหา มีคาห๋ผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าได้เห็นความเสื่อมทรามของชนชาติอิสราเอล ท่านตำหนิตนเองในฐานะที่ท่านเป็นผู้ดูแลชนชาติเหล่านี้ เพราะมีคาห์ล้มเหลวที่ไม่สามารถให้ชนชาติอิสราเอลเลิกกระทำความชั่วต่อพระเจ้า มีคาห์ผิดหวังแทนที่จะหนีพระเจ้า แต่ท่านกล่าวในพระธรรมมีคาห์ บทที่ 7 ข้อ 7 และ 8 “แต่สำหรับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะมองดูพระเจ้า ข้าพเจ้าจะเฝ้าคอยพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพเจ้า พระเจ้าของข้าพเจ้าจะทรงฟังข้าพเจ้า ศัตรูของช้าเอ๋ย อย่าเปรมปรีดิ์เย้ยข้าเลย เมื่อข้าล้มลง ข้าจะลุกขึ้นอีก เมื่อข้านั่งลงในความมืด พระเจ้าทรงเป็นความสว่างแก่ข้า” (มีคาห์ 7:8) กษัตริย์ดาวิดเขียนว่า “แม้เขาล้ม เขาจะไม่ถูกเหวี่ยงลงเหยียดยาว เพราะว่า พระหัตถ์พระเจ้าพยุงเขาไว้” (สดุดี 37:24) เราเป็นลูกของพระเจ้า พระองค์พร้อมที่จะช่วยพยุงเราขึ้นอีก เพียงแต่ขอให้เราลุกขึ้น ก้าวต่อไป
2) จงกล้าหาญ พระเจ้าต้องการให้ผู้พบความล้มเหลวให้กล้าหาญ อย่าหวาดกลัว กษัตริย์ดาวิดตรัสกับซาโลมอนโอรสของพระองค์ว่า “จงเข้มแข็ง และกล้าหาญ และทำให้สำเร็จเถิด อย่ากลัวเลย อย่าขยาด เพราะว่า พระเยโฮวาห์พระเจ้า คือ พระเจ้าของข้าทรงสถิตกับเจ้า พระองค์จะไม่ทรงปล่อยให้เจ้าล้มเหลว หรือทอดทิ้งเจ้า จนกว่างานทั้งสิ้นสำหรับงานปรนนิบัติแห่งพระนิเวศของเจ้าจะสำเร็จ” (1 พงศาวดาร 28:20) ดังนั้น พึงรำลึกว่า
ความล้มเหลว เป็นสิ่งกีดขวางชั่วคราว ไม่ใช่ทางตัน
ความล้มเหลว เป็นการชลอให้ก้าวไปข้างหน้า ช้าลง ไม่ใช่การพ่ายแพ้
ความล้มเหลว เป็นครูไปสู่ชีวิตข้างหน้า ไม่ใช่สัปเหร่อไปสู่ความตาย
ในฐานะคริสเตียนซึ่งมีพระเยซูคริสต์เป็นที่พึ่งของเราและมีพระวิญญาณสถิตอยู่ในเรา เราจะรวบรวมความกล้าที่จะเริ่มต้นใหม่ เราจะสามารถเอาชนะความล้มเหลวด้วย ให้เรามาตั้งหลักใหม่ เป้าหมายในชีวิตไม่ใช่เพียงหลีกเลี่ยงความล้มเหลวแต่มีชัยชนะ พระเจ้าจะช่วยเราเพียงแต่ให้
1. การวางแผนอย่างจริงจังกับพระเจ้า เปาโลเป็นตัวอย่างของการวางแผนงานรับใช้พระเจ้าอย่างจริงจัง โดยการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระเจ้าตรัสว่า “จงมอบทางของท่านไว้กับพระเจ้า วางใจในพระองค์ และพระองค์จะทรงกระทำให้สำเร็จ” (สดุดี 37:5) นั่นคือ ให้เราวางแผนงานโดยจัดความสำคัญของงานนี้ก่อนงานอื่นๆ และให้เวลาแก่งานนี้อย่างเต็มที่และให้วางใจในพระเจ้า และพระองค์จะทรงกระทำให้สำเร็จ
2. การอธิษฐานอย่างจริงจังต่อพระเจ้า (และการอดอาหาร)
2.1 ขอการแนะนำจากพระเจ้า พระเจ้าตรัสว่า “เราจะแนะนำและสอนเจ้าถึงทางที่เจ้าควรจะเดินไป เราจะให้คำปรึกษาแก่เจ้าด้วยจับตาเจ้าอยู่” (สดุดี 32:8)
2.2 ขอสติปัญญาจากพระเจ้า “พระเจ้าทรงโปรดประทาน โดยทางพระวิญญาณ ให้คนหนึ่งมีถ้อยคำประกอบด้วยสติปัญญา และให้อีกคนหนึ่งมีถ้อยคำอันประกอบด้วยความรู้ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกัน” (1 โครินธ์ 12:8)
2.3 ขอความอดทน “ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า” (ฟิลิปปี 4:12-13)
สรุป คือ ถ้าเราล้มเหลวในชีวิตในวันนี้ ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ และยังมีโอกาส เราจงลุกขึ้น กล้าหาญ ต่อสู้ต่อไป พระเยซูคริสต์ต้องการให้เรามีชีวิตอยู่อย่างผู้ชนะ ไม่ใช่ผู้ล้มเหลว เพราะในวันข้างหน้าที่เราได้รับการช่วยกู้จากพระเจ้าแล้วนั้น ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นในวันนี้จะไม่มีใครจดจำความล้มเหลวของเราอีกต่อไป ขอให้เราสู้ อย่าท้อถอย พระเจ้าจะทรงเสริมกำลังให้แก่เราในการเผชิญทุกสิ่ง “ถ้าเช่นนั้น เราจะว่าอย่างไร ถ้าพระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายเรา ใครจะขัดขวางเรา (โรม 8:31) ใครเล่าจะต่อสู้กับเราได้เมื่อพระเจ้าอยู่ฝ่ายเรา