หนังสือส่องใจ
59 การฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์มีหลักฐานอะไร
พระเยซูได้ทรงฟื้นคืนพระชนม์มีหลักฐานทางพระคัมภีร์และทางประวัติศาสตร์
1) หลักฐานทางพระคัมภีร์
1.1 คำทำนายในพระคัมภีร์เดิม หลักฐานนี้ได้บันทึกไว้ในพระคัมภีร์เดิม 1000 ปี ถึง 500 ปี ก่อนพระเยซูคริสต์ทรงมาบังเกิด ได้ทำนายเกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์ 12 ครั้ง เกี่ยวกับการฟื้นคืนพระชนม์ 2 ครั้ง พระเยซูคริสต์ได้ทรงทำนายถึงการสิ้นพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์เอง 3 ครั้ง
1.2 พระเยซูคริสต์ได้ทรงปรากฎแก่สาวกหลังฟื้นคืนพระชนม์ พระเยซูคริสต์ทรงปรากฎแก่มารีย์ มักดาลา นอกอุโมงค์ฝังศพที่ว่างเปล่าของพระเยซูคริสต์ (ยอห์น 20:11-18) สาวก 2 คนระหว่างทางไปเมืองเอมมาอัส (ลูกา 24:13-32) สาวก 10 คนในบ้านหลังหนึ่ง (ลูกา 24:36-43) โธมัส (ยอห์น 20:26-31) สาวก 7 คน ที่ทะเลสาปกาลิลี (ยอห์น 21:1-25) สาวก 11 คน กับฝูงชนอีก 500 คนบนภูเขา (มัทธิว 28:16-20)
1.3 พระเยซูคริสต์ทรงปรากฎแก่เปาโล เปาโลได้พบพระเยซูคริสต์ระหว่างทางใกล้เมืองดามัสกัส (กิจการ 9:3-9) เปาโลได้เปลี่ยนจากคนซึ่งต่อต้านคริสเตียนมาเป็นผู้รับใช้ที่สัตย์ซื่อของพระเยซูคริสต์
1.4 สาวกของพระเยซูคริสต์ยุคแรกได้เปลี่ยนวันนมัสการพระเจ้าเป็นวันอาทิตย์ สาวกในยุคแรกของพระเยซูคริสต์ได้ระลึกถึงการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ทุกวันอาทิตย์ เพราะว่าในพระธรรมกิจการซึ่งบันทึกเกี่ยวกับการรับใช้ของอัครสาวก และคริสเตียนในยุคแรกได้กล่าวถึงการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ 22 ครั้ง แต่กล่าวถึงการฟื้นคืนพระชนม์ 145 ครั้ง และพระเยซูคริสต์ได้ตรัสกับสาวกของพระองค์ว่า “เราเป็นเจ้าเหนือวันสะบาโต” สาวกจึงได้ย้ายวันนมัสการพระเจ้าจากวันเสาร์มาเป็นวันอาทิตย์ตั้งแต่สมัยนั้นจนถึงปัจจุบันนี้
2) หลักฐานทางประวัติศาสตร์
2.1 อุโมงค์ฝังศพว่างเปล่า ปีลาตและทหารโรมัน ฟาริสี และคนยิวตลอดจนสาวกของพระเยซูคริสต์ยืนยันการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ และพระองค์ถูกฝังในอุโมงค์ซึ่งโยเซฟเป็นเจ้าของ ในวันที่ 3 พระเยซูได้ฟื้นคืนพระชนม์ อุโมงค์ฝังศพจึงว่างเปล่าจนถึงทุกวันนี้
2.2 การบันทึกของนักประวัติศาสตร์และคนอื่นๆซึ่งไม่ใช่คริสเตียน
2.2.1 นักประวัติศาสตร์ชื่อดังของยิว โยเซฟฟัส (Josephus) ได้บันทึกในศตวรรษแรกว่า “เยซูมาปรากฎแก่พวกสาวกในวันที่ 3 หลังจากที่ตายไปแล้ว ตามที่มีผู้พยากรณ์ได้ทำนายไว้
2.2.2 อิคนาทีอูส (Ignatius) ได้บันทึกว่า “เยซูฟื้นจากความตายในว 3 วัน
2.2.3 ทหารโรมัน ชื่อ ซูโตนิอุส ได้บันทึกไว้ในปี ค.ศ. 49 หรือ 16 ปีหลังจากพระเยซูสิ้นพระชนม์นั้นว่า “ข้าพเจ้าได้ขับไล่พวกยิวที่มาจากโรม เพราะพวกเขาพยายามก่อการจลาจล เพราะพวกเขาชอบให้พระเยซูเข้าครอบครองชีวิตของเขา พวกเขาสวามิภักดิ์ต่อเยซูชาวนาซาเร็ท ประหนึ่งว่า เยซูคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ แทนที่จะสวามิภักดิ์ต่อโรม
2.2.4 ทหารโรมัน ชื่อ พลีนี่ (Pliny The Younger) ซึ่งรัฐบาลโรมได้ส่งไปคุมเมืองขึ้นของโรมได้เขียนจดหมายรายงานถึงจักรพรรดิ์ทราจาน (Trajan) ว่า พลเมืองที่เขาปกครองได้เชื่อว่า เยซูได้ฟื้นจากตายจริงๆ พวกเขาแสดงออกโดยคำพูดพยาน และด้วยความประพฤติของเขา
2.2.5 ศาสตราจารย์สุคินิค (Sukenik) ได้ค้นพบโลงศพ 5 โลงมีคำจารึกไว้ 2 ประโยค คือ
IESU IOU แปลว่า พระเยซูทรงช่วยข้าพเจ้า
YESHU ALOTH แปลว่า พระเยซูจะทรงช่วยให้เขาเป็นขึ้นอีก
ประโยคแรก เป็นภาษากรีก และประโยคที่สอง เป็นภาษาอลาเมค หลุมศพทั้ง 5 ค้นพบในราวปี ค.ศ. 53 แสดงว่า คนพวกนี้ยังอยู่ในเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพระเยซู พวกเขาต้องรู้เห็นว่า พระเยซูฟื้นคืนพระชนม์
จะเห็นว่า หลักฐานต่างๆเกี่ยวกับการฟื้นคืนพระชนม์นั้นมีมากมาย พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าซึ่งไม่ตาย พระเยซูคริสต์ยังทรงเหมือนเดิมในเวลาวานนี้ และเวลาวันนี้ และต่อๆไปเป็นนิจกาล (ฮีบรู 13:8)