หนังสือส่องใจ

58 พ่อแม่เลี้ยงลูก

การเป็นพ่อแม่เป็นความรับผิดชอบที่พระเจ้าได้มอบให้แก่มนุษย์ เพราะเป็นพระพรของพระเจ้าซึ่งทรงมอบให้แก่พ่อแม่ แต่พ่อแม่จำนวนมากยอมรับความทุกข์ยากในการเลี้ยงลูก เพราะลูกไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ ลูกได้สร้างปัญหาต่างๆ ในครอบครัว ในสังคม เช่นลูกๆทะเลาะกัน ไม่เรียนหนังสือ คบเพื่อนไม่ดี เกียจคร้าน สร้างความหนักใจ ทุกข์ยากแก่พ่อแม่ พ่อแม่ซึ่งรักลูกอย่างไม่มีข้อแม้ต้องอดทนต่อการโต้เถียง และการไม่พอใจของลูก และบางครั้ง ความหยาบคายของลูก ลูกทำร้ายจิตใจของพ่อแม่โดยที่พ่อแม่ไม่สามารถโต้ตอบ เพราะสังคมไม่อนุญาตให้พ่อแม่สั่งสอนลูกเหมือนอย่างแต่ก่อน เมื่อลูกได้กระทำผิด ลูกไปสร้างปัญหาอะไร พ่อแม่ต้องรับผิดชอบและต้องไปแก้ปัญหาต่างๆให้ลูก พ่อแม่ไม่สามารถหาความสุขแก่ตนเองได้ เพราะทุกๆวันต้องหมกมุ่นอยู่กับการแก้ไขปัญหาต่างๆของลูก พ่อแม่เหมือนถูกจองจำอยู่ในคุกของลูก และกลายเป็นทาสของลูก ความไม่สมหวังในการเลี้ยงลูกของพ่อแม่ทำให้รู้สึกว่ามีความผิดต่อพระเจ้า เพราะทำหน้าที่ที่ดีของพ่อแม่ไม่ได้ ทำให้บางคนออกห่างจากพระเจ้า ไม่อยากมาคริสต์จักร หนีหายไปจากสังคมคริสเตียน พ่อแม่บางคนมีตำแหน่งเป็นผู้รับใช้อยู่ในคริสต์จักร ยิ่งรู้สึกว่า ตนเองบกพร่อง เลี้ยงลูกตนเองยังไม่ได้ แล้วจะอบรมสั่งสอนผู้อื่นหรือเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้อื่นได้อย่างไร ความรู้สึกเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ซาตานต้องการใส่เข้ามาในความคิดของพ่อแม่ที่เป็นคริสเตียน ดูเหมือนว่า พระเจ้าไม่ได้ฟังคำอธิษฐานอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่ แท้ที่จริง พระเจ้าทรงทราบถึงความผิดหวังของพ่อแม่ ไม่ใช่เพราะพ่อแม่ไม่ได้สั่งสอนอบรมลูก แต่เพราะลูกไม่ได้เดินอยู่ในทางของพระเจ้า พระเจ้าทรงสอนลูกๆทั้งหลายว่า “บุตรชายของเราเอ๋ย จงฟังคำสั่งสอนของพ่อเจ้าอย่างตั้งใจ เพื่อเจ้าจะได้รับความรอบรู้ เพราะเราให้ภาษิตดีแก่เจ้า อย่าทอดทิ้งคำสอนของเรา” (สุภาษิต 4:1) ดังนั้นจึงไม่ใช่ความผิดของพ่อแม่ที่ลูกไม่ได้เชื่อฟังพระเจ้า พ่อแม่ทุกคนล้วนพบความยากลำบากในการเลี้ยงลูกทั้งสิ้น ในพระคัมภีร์อาดัมและเอวา อิสอัค เอลี ซามูเอล ดาวิด ล้วนพบความผิดหวังในการเลี้ยงลูก ทั้งๆที่คนเหล่านั้นเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าที่พระองค์ทรงรัก พระเจ้าจึงต้องการสอนพ่อแม่ทั้งหลายให้ตั้งมั่นคงในความเชื่อและวางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า จงอดทนในการอบรมสั่งสอนลูก “จงฝึกเด็กในทางที่เขาควรจะเดินไป และเมื่อเขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาจะไม่พรากจากทางนั้น (สุภาษิต 22:6) “เพราะว่า ทางของคนก็อยู่ในสายพระเนตรของพระเจ้า และพระองค์ทรงเฝ้าดูวิถีทั้งสิ้นของเขา” (สุภาษิต 5:21) ขอให้พ่อแม่ทั้งสิ้นฝากลูกให้อยู่ในความดูแลของพระเจ้า “อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้าด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้าซึ่งเกินความเข้าใจจะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์ (ฟิลิปปี 4:6-7) ขอพระเจ้าช่วยพ่อแม่ทุกคนด้วยเถิด