หนังสือส่องใจ
56 พระเจ้าทรงเป็นความรัก
ความรักของพระเจ้า เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่และเสียสละหาที่เปรียบมิได้ ความรักแบบนี้เป็นความรักซึ่งมนุษย์โดยลำพังปฏิบัติไม่ได้ เพราะความบาปทำให้มนุษย์อ่อนแอ พ่ายแพ้แก่ฝ่ายเนื้อหนัง มนุษย์ต้องอาศัยการช่วยเหลือจากพระเจ้า เพราะความรักนี้ เป็นความรักซึ่งมาจากพระเจ้า จึงเป็นความรักฝ่ายจิตวิญญาณ อัครสาวกยอห์น ได้เขียนไว้ว่า “ท่านที่รักทั้งหลาย ขอให้เรารักซึ่งกันและกัน เพราะว่า ความรักมาจากพระเจ้า และทุกคนที่รักก็บังเกิดมาจากพระเจ้าและรู้จักพระเจ้า ผู้ที่ไม่รักก็ไม่รู้จักพระเจ้า เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นความรัก (1 ยอห์น 4:7-8) อัครสาวกยอห์นชี้ให้เห็นว่า เราจะรักผู้อื่นซึ่งไม่ใช่ตนเองนั้น เป็นไปไม่ได้ถ้าปราศจากความรักของพระเจ้า (AGAPE) เพราะว่าความรักมาจากพระเจ้า ดังนั้น ความรักนี้จึงเป็นของขวัญที่ประเสริฐที่สุดที่พระเจ้าต้องการมอบให้แก่เรา เพื่อให้เราสามารถรักคนอื่นได้ เหตุใดพระเจ้าต้องการให้เรารักทุกคน เพราะพระเจ้าสนใจในความรอดของจิตวิญญาณของทุกคน พระเจ้าต้องการให้เรามีชีวิตนิรันดร์ เราบอกว่า เรารักพ่อแม่ พี่น้อง สามีหรือภรรยา ลูกหลาน ตลอดจนญาติมิตรของเรา แต่เราไม่เคยให้เขามารู้จักพระเยซูคริสต์ ความรักของเราก็ไม่ใช่ความรักที่แท้จริง เพราะวันหนึ่งเขาก็ต้องตายไป และเขาไม่ได้ไปสวรรค์กับเรา แล้วเราจะบอกกับพระเจ้าอย่างไรว่า เรารักเขา อัครสาวกยอห์นจึงบอกว่า ขอให้เรารักซึ่งกันและกัน เพราะว่าความรักมาจากพระเจ้า หมายความว่า เป็นความรักซึ่งนำไปสู่ความรอด และทุกคนที่รักก็บังเกิดมาจากพระเจ้า หมายความว่า ทุกคนที่รักกันจริงๆ เขาจะมาเชื่อพระเจ้า เขาจะบังเกิดเป็นบุตรของพระเจ้า “และถ้าเราทั้งหลายเป็นบุตรของพระเจ้า เราก็เป็นทายาท คือเป็นทายาทของพระเจ้า และเป็นทายาทร่วมกับพระคริสต์“ (โรม 8:17) เราจึงถือว่า เราบังเกิดมาจากพระเจ้า และเราก็รู้จักพระเจ้า เพราะเราเป็นลูกของพระองค์ ผู้ที่ไม่รักก็ไม่รู้จักพระเจ้า เพราะว่า พระเจ้าทรงเป็นความรัก ความหมายของข้อความตอนนี้ลึกซึ้งมาก พระเจ้าเป็นบุคคล จะเป็นความรัก ซึ่งเป็นการกระทำได้อย่างไร การกระทำช่วยเราไม่ได้ เช่นความดีช่วยเราได้หรือ สิ่งที่จะช่วยเราได้ คือ บุคคล นั่นคือ บุคคลซึ่งเป็นผู้มอบความรักแก่เรา เป็นผู้ช่วยเราให้รอด ดังนั้น อัครสาวกยอห์นจึงเปิดเผยต่อไปว่า “โดยข้อนี้ ความรักของพระเจ้าก็เป็นที่ประจักษ์แก่เราทั้งหลาย คือ พระเจ้าทรงใช้พระบุตรองค์เดียวของพระองค์เข้ามาในโลกเพื่อเราทั้งหลายจะได้ดำรงชีวิตโดยพระบุตร ความรักที่ข้าพเจ้าพูดถึงนี้ มิใช่ที่เรารักพระเจ้า แต่ที่พระองค์ทรงรักเรา และทรงใช้พระบุตรของพระองค์มาทรงเป็นผู้ลบล้างพระอาชญาที่ตกกับเราทั้งหลาย เพราะบาปของเรา” (ยอห์น 4:9-10) ดังนั้น ในข้อ 9 การที่ความรักของพระเจ้ามาประจักษ์แก่เราทั้งหลาย หมายความว่า ความรักของพระเจ้าซึ่งเป็นการกระทำ มาปรากฎเป็นบุคคล คือ พระบุตร หรือ พระเยซูคริสต์ เพราะความรักของพระเจ้าช่วยให้มนุษย์ได้รู้จักความรอด แต่ผู้ซึ่งช่วยให้รอดนั้น คือพระเยซูคริสต์ สรุปคือ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นความรัก ให้เรามาอ่านข้อความตอนนี้ ตั้งแต่ข้อ 7-9 โดยเปลี่ยนคำว่า รัก เป็น พระเยซู เราก็จะพบว่า พระเยซูคริสต์ ทรงเป็นความรัก นั่นเอง พระเยซูคริสต์ตรัสว่า “ถ้าเจ้าทั้งหลายรักกันและกัน ดังนี้แหละคนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่า เจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของเรา” (ยอห์น 13:34) การเป็นสาวกพระเยซูคริสต์ ก็คือ การเชื่อพระเยซูคริสต์ ดังนั้น ใครก็ตามที่บอกว่า เขารักพ่อแม่ รักสามีหรือภรรยา รักลูก รักเพื่อนฝูง หรือแม้แต่ศัตรู แต่ไม่ได้นำเขามาเชื่อพระเยซูคริสต์ คือ มาพบความรักของพระเจ้า คนนั้นยังไม่มีความรักของพระเจ้าโดยสมบูรณ์ต่อผู้อื่น เราจึงต้องเชิญพระเยซูคริสต์มาสถิตอยู่ในเรา จึงจะช่วยให้เรารักคนอื่นได้ แม้แต่ศัตรูของเรา บางคนมีความกลัวที่จะรักคนอื่น เพราะกลัวว่า คนอื่นจะไม่เชื่อฟัง ไม่พอใจ ไม่รักเขา หรืออาจจะเกลียดเขาได้ อัครสาวกยอห์นจึงบอกกับเขาว่า “ในความรักนั้น ไม่มีความกลัว แต่ความรักที่สมบูรณ์นั้น ก็ได้ขจัดความกลัวเสีย เพราะความกลัวเข้ากับการลงโทษ และผู้ที่มีความกลัวก็ยังไม่มีความรักที่สมบูรณ์ เราทั้งหลายรัก ก็เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน ถ้าผู้ใดว่า “ข้าพเจ้ารักพระเจ้า” และใจยังเกลียดพี่น้องของตน ผู้นั้นก็เป็นคนพูดมุสา เพราะว่าผู้ที่ไม่รักพี่น้องของตนที่แลเห็นแล้ว จะรักพระเจ้าที่ไม่เคยเห็นไม่ได้ พระบัญญัตินี้เราทั้งหลายก็ได้มาจากพระองค์ คือว่า ให้คนที่รักพระเจ้านั้นรักพี่น้องของตนด้วย” ( 1 ยอห์น 4:18-21) แล้วเราจะรักพี่น้องของตนได้อย่างไร อัครทูตเปาโลได้แนะนำวิธีปฏิบัติแก่เรา “ความรักนั้น ก็อดทนนาน และกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ ความรักทนได้ทุกอย่าง แม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง” (1 โครินธ์ 13:4-7) พี่น้องที่รัก ให้เราขอ พระเยซูคริสต์ช่วยเราให้รักคนอื่นได้ เพื่อช่วยจิตวิญญาณของเขาได้รับความรอดและมีชีวิตนิรันดร์ เช่นเดียวกับเราทั้งหลาย ขอให้เรารักซึ่งกันและกันเถิด