หนังสือส่องใจ

38 ทรัพย์สมบัติเป็นของประทานจากพระเจ้า

ในสมัยพระคัมภีร์เดิม โมเสสต้องตักเตือนชาวอิสราเอลไม่ให้ลืมพระเจ้า “ท่านทั้งหลายจงระวังตัว อย่าลืมพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่าน ด้วยไม่รักษาพระบัญญัติและกฎหมายและกฎเกณฑ์ของพระองค์ ซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาท่านในวันนี้ เกรงว่า เมื่อท่านได้รับประทานอิ่มหนำ ได้สร้างบ้านเรือนดีๆ และได้อาศัยอยู่ในนั้น และเมื่อฝูงวัวและฝูงแพะแกะของท่านทวีขึ้น มีเงินทองมากขึ้น และบรรดาซึ่งท่านมีอยู่ก็ทวีขึ้น และจิตใจของท่านทั้งหลายจะผยองขึ้น และท่านทั้งหลายก็ลืมพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทั้งหลายผู้ทรงนำท่านทั้งหลายออกจากแผ่นดินอียิปต์ออกจากแดนทาส” (เฉลยธรรมบัญญัติ 8:11-14) “จงระวังให้ดีเกรงว่าท่านจะนึกในใจว่า ‘กำลังและเรี่ยวแรงของข้านำทรัพย์มีค่านี้มาให้’” (เฉลยธรรมบัญญัติ 8:17) โมเสสเตือนต่อไปว่า “เพราะว่า พระองค์ทรงเป็นผู้ให้กำลังแก่ท่านที่จะได้ทรัพย์สมบัตินี้” (เฉลยธรรมบัญญัติ 8:18) อับราฮัมเป็นผู้หนึ่งซึ่งสำนึกในพระพรของพระเจ้า ท่านก็ยกหนึ่งในสิบจากข้าวของนั้นถวายแก่กษัตริย์เมลคีเซเดค ซึ่งเป็นทั้งกษัตริย์ เมืองซาเลม และปุโรหิตของพระเจ้าสูงสุด (ปฐมกาล 14:18-20) เพราะท่านรู้ว่า ข้าวของทั้งสิ้นของท่านที่มีอยู่ พระเจ้าทรงเป็นผู้ประทานให้ ต่อมาพระเจ้าได้ทรงตั้งกฎหมายการถวายทศางค์ หรือการถวายสิบชักหนึ่งให้ชาวอิสราเอลปฏิบัติ นั่นคือ “ผลได้เป็นปีๆจากพืชพันธุ์ในนาของท่านนั้น ท่านจงถวายทศางค์” (เฉลยธรรมบัญญัติ 14:22) “ทศางค์ทั้งสิ้นที่ได้จากแผ่นดิน เป็นพืชที่ได้จากแผ่นดินก็ดี หรือ ผลจากต้นไม้ก็ดี เป็นของพระเจ้า” (เลวีนิติ 27:30) ทศางค์มาส่ำสมไว้เพื่อมอบให้แก่คนเลวี คนต่างด้าวและลูกกำพร้าและแม่ม่าย ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองนั้น (เฉลยธรรมบัญญัติ 14:29) พี่น้องที่รัก เมื่อเรามาเป็นคริสเตียน เราได้ถวายชีวิตของเราทั้งร่างกายจิตใจ และจิตวิญญาณแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า นั่นคือ เราได้เชิญพระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาประทับอยู่ในใจของเรา และให้พระองค์ทรงนำทางชีวิตของเรา ดังนั้นทรัพย์สินเงินทองและสมบัติต่างๆ จึงเป็นของประทานจากพระเจ้า อาจารย์เปาโลกล่าวว่า “จงขอบพระคุณพระเจ้า เพราะของประทานซึ่งพระองค์ทรงประทานนั้นที่เหลือจะพรรณนาได้” (2 โครินธ์ 9:15) เช่นเดียวกัน อาจารย์เปาโลก็ได้เตือนให้สงเคราะห์ธรรมิกชน (2 โครินธ์ 9:1) นั่นคือ พวกคริสเตียนซึ่งยากจนหรือขัดสน และผู้รับใช้ของพระเจ้าซึ่งเป็นพี่น้องของเรา อาจารย์เปาโลกล่าวว่า “ทุกวันต้นสัปดาห์ให้พวกท่านทุกคนเก็บเงินผลประโยชน์ที่ได้รับไว้บ้าง เพื่อจะไม่ต้องเก็บเรี่ยไร เมื่อข้าพเจ้ามา” (1 โครินธ์ 16:2) “นี่แหละ คนที่หว่านเพียงเล็กน้อยก็จะเกี่ยวเก็บได้เพียงเล็กน้อย คนที่หว่านมาก ก็จะเกี่ยวเก็บไว้มาก ทุกคนจงให้ตามที่เขาได้คิดหมายไว้ในใจ มิใช่ด้วยนึกเสียดาย มิใช่ให้ด้วยการฝืนใจ เพราะว่าพระเจ้าทรงรักคนนั้นที่ให้ด้วยใจยินดี และพระเจ้าทรงฤทธิ์อาจประทานของดีทุกสิ่งอย่างอุดมแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อให้ท่านมีทุกสิ่งทุกอย่างเพียงพอสำหรับตัวเสมอ ทั้งจะมีสิ่งของบริบูรณ์ สำหรับงานที่ดีทุกอย่างด้วย” (2 โครินธ์ 9:6-8) พี่น้องที่รัก ขอให้เราถวายสิ่งของทรัพย์สินเงินทองแด่พระเจ้าด้วยความชื่นชมยินดี แล้วพระองค์จะทรงอวยพระพรแก่เรามากมาย