หนังสือส่องใจ

101 ข้ามทะเลแดง

ในพระคัมภีร์เดิม พระธรรมอพยพ 14:5-14 เมื่อโมเสสได้พาชนชาติอิสราเอลซึ่งเป็นทาสในประเทศอียิปต์ออกจากประเทศอียิปต์ ชาวอิสราเอลซึ่งออกจากประเทศอียิปต์ต่างก็มีความหวังในอนาคต เพราะ เขาได้ออกจากความเป็นทาสในประเทศอียิปต์ พี่น้องที่รัก เราไม่ได้แตกต่างไปจากชีวิตของชาวอิสราเอลในขณะนี้ ครั้งหนึ่งเรามีชีวิตอยู่ฝ่ายเนื้อหนัง เราอยู่ภายใต้อิทธิพลของโลก เรามีกิริยาที่ก้าวร้าวคนอื่น เราพูดจาหยาบคาย ซุบซิบนินทา เรามีใจอิจฉาริษยา ไม่อยากให้คนอื่นดีกว่าเรา นี่คือชีวิตฝ่ายเนื้อหนัง เป็นชีวิตของความบาป เราจึงไม่ต่างจากความเป็นทาสในประเทศอียิปต์ เช่นเดียวกับ คนอิสราเอล เพราะเราเป็นทาสของความบาป แต่วันหนึ่งเราได้พบพระเยซูคริสต์ เราสารภาพความผิดบาป ยอมรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด เรามีชีวิตใหม่ซึ่งติดตามพระเยซูคริสต์ เราจึงเป็นเหมือนชาวอิสราเอล ซึ่งออกจากความเป็นทาสมาสู่ชีวิตใหม่ เป็นชีวิตที่มีความหวัง มีอิสระจากสิ่งที่ชั่วทั้งหลาย เราตั้งใจจะมีชีวิตที่ดีกว่า แทนที่จะมีชีวิตที่ไม่มีแก่นสาร มาสู่ชีวิตที่มีจุดหมาย เช่น การทำงานเอาจริงเอาจัง ขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์สุจริต พูดจาในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น มีจิตใจที่มีเมตตากรุณา เพราะพวกเราได้ออกจากความเป็นทาสแล้ว แราวางใจในพระเจ้า เพราะชีวิตใหม่ของเราเป็นชีวิตที่มีพระเยซูคริสต์อยู่กับเรา แต่ชีวิตคริสเตียนมิใช่จบเพียงแค่นี้ เช่นเดียวกับ ชาวอิสราเอล พวกเขาต้องเดินทางต่อไป สู่ทะเลแดง เขาไม่รู้ว่าทะเลแดงซึ่งอยู่ข้างหน้านั้นจะเป็นอย่างไร เขาทั้งหลายมีความหวังใจว่า เขาจะได้พบชีวิตที่ดีกว่าตามที่โมเสสได้สัญญากับพวกเขาไว้ เช่นเดียวกับพวกเรา เรากำลังมุ่งหน้าสู่ทะเลชีวิตซึ่งอยู่ข้างหน้าเรา เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเรา แต่เรามั่นใจว่า เราจะมีชีวิตที่ดีกว่า เพราะเรามีพระเยซูคริสต์ นี่คือความหวังของคริสเตียน นี่คือความหวังของเราทุกคนหรือไม่ ตัวอย่างในคริสต์จักรของเรา เรามาอยู่ในโบสถ์ใหม่ เราทุกคนรู้สึกดีใจ เพราะเรามีอิสระในการประกาศพระคำของพระเจ้า เราคิดว่าทุกอย่างจะราบรื่นต่อจากนี้ไป เช่นเดียวกับชีวิตการทำงานของเรา เราไปทำงานในที่ใหม่ เราคิดว่างานใหม่จะเป็นงานที่ดีกว่าสำหรับเรา ในชีวิตแต่งงาน เราคิดว่า เราจะมีความสุขกับชีวิตแต่งงานของเรา ใช่แล้ว นี่คือ ความหวังของเรา ให้เรามาดูชีวิตของชาวอิสราเอลเมื่อมาถึงทะเลแดง ทะเลแดงกว้างใหญ่ไพศาล พวกเขาคงจ้องมองดูทะเลแดงแล้วมีความคิดเห็นต่างๆกัน เขาจะข้ามไปได้หรือ อย่าเลยให้เขาอาศัยอยู่ตรงทะเลแดง ไม่ต้องข้ามไปก็ได้ แล้วแผ่นดินทางฟากโน้นของทะเลแดงจะเป็นอย่างไร ความคิดคงจะสับสนมากในขณะนั้น พี่น้องที่รัก เราเป็นคริสเตียน เรามีพระวิญญาณบริสุทธิ์สถิตอยู่ในเรา แต่เราได้เดินทางมาผจญกับทะเลแดงแห่งชีวิต ทะเลนี้กว้างใหญ่จนน่ากลัว ทะเลมีลมพัดแรง ทะเลนี้เวิ้งว้างเงียบเหงา ทะเลแห่งชีวิตมิใช่ของง่ายที่ผจญกับมัน ทะเลแห่งชีวิตเกิดกับชีวิตคริสเตียนทุกคน นี่คืออุปสรรคของชีวิต ซึ่งเราคริสเตียนหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจะเผชิญกับมันอย่างไร อุปสรรคนั้น อาจเป็นงานอาชีพของเรา เงินทองของเรา ลูกหลานของเรา การศึกษาของเรา นี่คือทะเลแห่งชีวิตซึ่งอยู่ต่อหน้าของเรา เราจะเผชิญอย่างไร ในพระธรรมอพยพมิได้พูดเพียงแค่ทะเลแดง ซึ่งขวางหน้าชาวอิสราเอล แต่ในพระธรรมอพยพ บทที่ 14 บันทึกว่า กษัตริย์ฟาโรห์ของประเทศอียิปต์ได้นำกองทัพจะมาทำลายชนชาติอิสราเอล เพราะพวกเขาไม่ต้องการตกเป็นทาสของฟาโรห์อีก กองทัพอียิปต์ประกอบด้วยรถรบ พลม้า และทหารยกทัพออกมา ชาวอิสราเอลคงได้ยินเสียง เท้าของทหาร เสียงรถรบ และเสียงม้าร้อง ในพระธรรมอพยพ บทที่ 14 ข้อ 10 “เมื่อฟาโรห์เข้ามาใกล้ ชนชาติอิสราเอลก็เงยหน้าขึ้นดู เมื่อเห็นชาวอียิปต์ยกติดตามมา ก็มีความกลัวยิ่งนัก คนอิสราเอลจึงร้องทูลพระเจ้า เขาบอกโมเสสว่า “หลุมฝังศพในอียิปต์ไม่มีหรือ ท่านจึงพาเราออกมาให้ตายในถิ่นทุรกันดาร ทำไมหนอท่านจึงพาเราออกจากอียิปต์ พวกเราบอกท่านในอียิปต์แล้วมิใช่หรือว่า ปล่อยพวกเราแต่ลำพัง ให้พวกเรารับใช้ชาวอียิปต์เถิด เพราะการรับใช้ชาวอียิปต์นั้น ก็ยังดีกว่าที่จะมาตายในถิ่นทุรกันดาร พี่น้องที่รัก บ่อยๆครั้ง เราพบปัญหา หรือวิกฤตการณ์จนแก้ปัญหาไม่ออก บางคนตกงาน ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน ปัญหาครอบครัว ลูกติดยา คนในครอบครัวเจ็บป่วย ปัญหาอื่นๆอีกมากมายซึ่งแก้ไม่ตก ในที่สุดก็ตำหนิตนเอง หรือโทษผู้อื่น จากชีวิตที่มีความหวังกลายเป็นชีวิตที่หมดหวัง และสุดท้ายก็โทษพระเจ้าว่า ไม่ช่วยเรา พี่น้องที่รัก ถึงแม้เราดูเหมือนจะเข้มแข็งฝ่ายร่างกาย แต่จิตใจ และจิตวิญญาณก็ยังอ่อนแอและขาดกำลัง เรารู้สึกเหนื่อยอ่อนและเบื่อหน่ายต่อชีวิต เราเคยมีความรู้สึกเช่นนี้ไหม พี่น้องที่รักให้เราหยุดคิดสักเล็กน้อย มองย้อนหลังถึงพระพรของพระเจ้าที่ได้ให้กับเราในอดีต ชาวอิสราเอลได้ลืมพระพรของพระเจ้าในอดีต พวกเขาลืมสิ่งอัศจรรย์ที่พระเจ้าได้ทรงกระทำในประเทศอียิปต์ พระเจ้าทรงป้องกันลูกหัวปีของชาวอิสราเอลให้รอดตาย เมื่อพวกเขาเดินทางอยู่ในทะเลทราย พระเจ้าประทานเสาเมฆในเวลากลางวัน และเสาเพลิงในเวลากลางคืน พวกเขาได้ลืมพระพรของพระเจ้าเสียแล้ว พี่น้องที่รัก พวกเรายังจำพระพรของพระเจ้าที่มีต่อชีวิตของเราหรือไม่ พวกเรานับพระพรของพระเจ้าหรือไม่ พระเจ้าได้ช่วยเราเมื่อเราพบความลำบากมาแล้วมิใช่หรือ พวกเราอธิษฐานต่อพระเจ้าแล้ว พระเจ้าได้ฟังคำอธิษฐานของเราในอดีตมิใช่หรือ พระเจ้าได้เปลี่ยนวิกฤตการณ์ในอดีตของเราให้สงบลงไม่ใช่หรือ พี่น้องที่รัก ถึงแม้เราพบกับทะเลแห่งชีวิตซึ่งขวางหน้าเราอยู่ หรือฝุ่นควันของชีวิตที่ไล่ตามหลังเรามา ให้เรารู้ว่า พระเจ้าซึ่งทรงช่วยเราเมื่อวานนี้ พระองค์ก็จะทรงช่วยเราในวันนี้ และจะทรงช่วยเราในวันพรุ่งนี้และตลอดไปเป็นนิจ เพราะพระองค์ไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแต่ให้เราวางใจในพระองค์ ชาวอิสราเอลได้ลืมพระสัญญาของพระเจ้า โมเสสจึงเตือนประชากรว่า “อย่ากลัวเลย มั่นคงไว้ คอยดูความรอดที่จะมาจากพระเจ้า ซึ่งพระองค์จะประทานให้แก่ท่านทั้งหลายเห็นในวันนี้ แต่นี้ไปจะไม่ได้เห็นอีกเลย พระเจ้าจะทรงรบแทนท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจงสงบอยู่เถิด”(อพยพ 14:13-14) วันนี้พระเจ้าก็ตรัสกับพวกเราเช่นเดียวกันว่า “อย่ากลัวเลย มั่นคงไว้ คอยดูความรอดที่จะมาจากพระเจ้า” เพราะพระเจ้าเป็นพระเจ้าผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งปวง พระองค์ทรงสามารถทำให้ทะเลและฝุ่นควันหมดสิ้นไป พระองค์ทรงมีอำนาจเหนือผีมารซาตาน พระองค์ทรงมีวิธีการ เวลา ของพระองค์ในการต่อสู้ศัตรู ให้เราตั้งมั่นคงและวางใจในพระองค์ เช่นเดียวกับชาวอิสราเอล พระเจ้าทรงมีวิธีการของพระองค์ในการต่อสู้กับศัตรู ในพระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า “ฝ่ายทูตของพระเจ้าซึ่งนำพลโยธานั้นกลับไปอยู่ข้างหลัง และเสาเมฆซึ่งอยู่ข้างหน้า ก็กลับมาตั้งอยู่ข้างหลังเขา คือมาอยู่ระหว่างพลโยธาอียิปต์ และพลโยธาอิสราเอล มีเมฆและความมืดกั้น เวลากลางคืนก็ผ่านไปโดยทั้งสองฝ่ายมิได้เข้าใกล้กันตลอดคืน พระเจ้าได้ทำให้พลโยธาอียิปต์ไม่สามารถเข้าใกล้พลโยธาอิสราเอล” (อพยพ 14:19-20) หลังจากนั้น “โมเสสยื่นมือของท่านออกไปเหนือทะเล และพระเจ้าก็ทรงบันดาลให้ลมทิศตะวันออกพัดโหมไล่น้ำทะเลตลอดคืน ทำให้ทะเลกลายเป็นดินแห้ง น้ำแยกออกจากกัน ชนชาติอิสราเอลก็พากันเดินบนดินแห้งกลางทะเล ส่วนน้ำนั้นตั้งเป็นเหมือนกำแพงสำหรับเขา ทั้งทางขวาและทางซ้าย” (อพยพ 14:21-22) เมื่อพลโยธาอียปต์ลงไปอยู่กลางทะเลแดง พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “จงยื่นมือออกไป เหนือทะเล เพื่อให้น้ำทะเลไหลกลับคืนมาท่วมคนอียิปต์ ทั้งรถรบและพลม้าของเขา” (อพยพ 14:26) คนอิสราเอลได้ข้ามทะเลแดงไปอยู่ฟากโน้น รอดจากเงื้อมมือคนอียิปต์ พี่น้องที่รัก เราคงคิดไม่ถึงว่า พระเจ้าจะเปิดทะเลแดงให้ชาวอิสราเอลข้ามไปฟากโน้น ไปสู่แผ่นดินของพระเจ้า เช่นเดียวกันกับพวกเราในวันนี้ พระเจ้าจะเปิดทะเลแห่งชีวิตของเราออก เพื่อเราจะสามารถก้าวไปข้างหน้าไปสู่ชีวิตที่มีพระเจ้าทรงดูแลอยู่ แล้วชีวิตของเราจะพบสันติสุข ถึงแม้ฝุ่นควันคลุ้งลอยอยู่โดยรอบตัวเรา ฝุ่นควันเหล่านี้ก็จะทำอะไรเราไม่ได้เลย เพราะพระเจ้าได้ทรงสถิตอยู่กับเรา เรื่องราวเกี่ยวกับการข้ามทะเลแดงของชนชาติอิสราเอล ก็คือเรื่องราวของเราทั้งหลาย การที่ชีวิตของเราต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ต่างๆเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะถึงแม้เราจะหลุดพ้นจากความเป็นทาสของซาตาน เราก็ยังมีอุปสรรคอยู่ข้างหน้า นั่นคือ ทะเลแดงแห่งชีวิต เราต้องข้ามทะเลแดงแห่งชีวิตนี้ แต่ซาตานก็ยังคงมาหลอกล่อเราให้กลับไปเป็นทาสของเขาเช่นเดิม เช่นเดียวกับฝุ่นควันจากรถรบพลม้า ซึ่งเป็นสมุนของซาตานมาทำลายเรา แต่เรารู้ว่าพระเจ้าทรงควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างได้ ขอให้เรามั่นคงและวางใจในพระเยซูคริสต์เจ้าของเราตลอดไปเป็นนิจ อาเมน