หนังสือส่องทาง
96 พระเยซูทรงเป็นความสว่างของโลก
ในปฐมกาล พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดิน แผ่นดินก็ว่างเปล่า ความมืดอยู่เหนือน้ำและพระวิญญาณของพระเจ้าปกอยู่เหนือน้ำนั้น พระเจ้าตรัสว่า “จงเกิดความสว่าง ความสว่างก็เกิดขึ้น พระเจ้าทรงเห็นว่าความสว่างนั้นดี และทรงแยกความสว่างออกจากความมืด” (ปฐมกาล 1:1-4) ในเวลากลางวันเราเห็นความสว่างจากแสงอาทิตย์ เราก็มีความ ชื่นชมยินดี เพราะความสว่างทำให้เราได้เห็นสิ่งต่างๆ ในเวลากลางคืน ความมืดได้คืบคลานเข้ามา เรามองอะไรไม่เห็น เราจึงต้องอาศัยความสว่างจากแสงเทียน หรือหลอดไฟฟ้า ซึ่งช่วยให้เรามองเห็นได้ แต่วันหนึ่งแสงสว่างเหล่านี้ก็ต้องสิ้นสุดลง ไม่ว่าจะเป็นแสงอาทิตย์ แสงเทียน หรือแสงจากหลอดไฟฟ้า แต่มีความสว่างอย่างหนึ่งซึ่งให้ แสงสว่างตลอดไป คือ แสงสว่างที่มาจากพระเยซูคริสต์ พระองค์ตรัสว่า “เราเป็นความจริงของโลก ผู้ที่ตามเรามาจะ ไม่เดินในความมืด แต่จะมีความสว่างแห่งชีวิต” (ยอห์น 8:12) เพราะพระองค์เป็นพระเจ้าผู้ซึ่งตรัสว่า “จงเกิดความสว่าง” ความสว่างของพระเยซูคริสต์เป็นความสว่างที่ทำให้เราได้เห็นความจริงของชีวิต ความจริงของชีวิตคือความบาปซึ่งติดอยู่กับเราซึ่งจะนำเราไปสู่ความตาย นี่คือ ความมืดซึ่งปกคลุมเราอยู่ พระเยซูคริสต์ตรัสว่า “ความสว่างได้เข้ามาในโลกแล้ว แต่มนุษย์ได้รักความมีอมากกว่ารักความสว่าง เพราะกิจการของเขาเลวทราม เพราะทุกคนที่ประพฤติชั่วก็เกลียดความสว่าง และไม่มาถึงความสว่าง ด้วยกลัวว่า การกระทำของตนจะปรากฎ แต่ผู้ที่ประพฤติชอบก็มาสู่ความสว่าง เพื่อให้เห็นว่า การกระทำของเขานั้นได้กระทำโดยพึ่งพระเจ้า” (ยอห์น 3:20-21) ด้วยเหตุนี้ ความสว่างจึงทำให้เรารู้ว่ามีความมืดอยู่ การที่เราจะออกจากความมืด คือ ความบาปนั้น เราต้องแสวงหาความสว่างของพระเยซูคริสต์ ซึ่งจะนำเราไปสู่ความรอดหรือชีวิตนิรันดร์เปรียบเสมือนเราเดินอยู่ในถ้ำมืดหาทางออกไม่ได้ แต่เราเดินคลำหาทางออกจนไปพบจุดสว่างเล็กๆอยู่แต่ไกล แล้วเราพยายามเดินไปหาจุดสว่างนั้น จนกระทั่งเราพบ ทางออกจากถ้ำแห่งความมืดได้ เมื่อเราพบความสว่างแล้ว เราจะไม่กลับไปหาความมืดอีก นั่นคือ เมื่อเราพบพระเยซูคริสต์แล้ว เราก็จะไม่กลับไปหาความบาปอีก เพราะความสว่างนั้นเป็นความหวัง ความสว่างของพระเยซูคริสต์ซึ่งไม่มีวันดับสูญนั้นจะส่องทางให้เราเดินไปสู่สวรรค์ในที่สุด