หนังสือส่องทาง
95 พระเยซูทรงเป็นทางนั้น
คนยิวมักเปรียบเทียบชีวิตเหมือนกับวิถีทางเดิน ไม่ว่า ทางนั้นจะเป็นทางอิสระของมนุษย์หรือเป็นทางของพระเจ้า พระเจ้าต้องการให้คนของพระองค์เดินไปตามทางของพระองค์ตัวอย่าง คือ พระเจ้าได้ตรัสกับโมเสสให้บอกกับชาวอิสราเอลว่า “ท่านทั้งหลายอย่าหันไปทางขวามือหรือทางซ้ายเลย ท่านจะดำเนินตามวิถีทางทั้งสิ้นซึ่งพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่านได้ทรงบัญชาท่านไว้ เพื่อท่านจะมีชีวิตอยู่และเพื่อท่านจะ ไปดีมาดี และมีชีวิตยืนนานอยู่ในแผ่นดินซึ่งท่านจะยึดครอง นั้น” (เฉลยธรรมบัญญัติ 5:32,33) พระเจ้าได้ตรัสกับอิสยาห์ ให้ไปบอกกับชาวอิสราเอลว่า “และเมื่อเจ้าหันไปทางขวาหรือหันไปทางซ้าย หูของเจ้าจะได้ยินพระวจนะข้างหลังเจ้าว่า “นี่เป็นหนทางจงเดินในทางนี้” (อิสยาห์ 30:21) จะเห็นว่า พระเจ้าต้องการให้เรามุ่งหน้าสู่ทางของพระองค์ เพราะทางของพระองค์เป็นทางที่บริสุทธิ์ ในพระธรรมอิสยาห์ 35:8 กล่าวว่า “และจะมีทางหลวงที่นั่น และเขาจะเรียกทางนั้นว่า วิสุทธิมรรค คนไม่สะอาดจะไม่เดินทางนั้น” นั่นคือการที่เราจะเข้าสู่ทางของ พระเจ้านั้น เราต้องเป็นคนบริสุทธิ์ แต่เราเป็นคนบาปและเสื่อม ต่อพระสิริของพระเจ้า แม้แต่กษัตริย์ดาวิดก็แสวงหาทางนั้น “ข้าแต่พระเจ้า ขอสอนมรรคาของพระองค์แก่ข้าพระองค์” (สดุดี 27:11) เพราะทางนั้นเป็นทางแห่งความรอดและพระเยซูคริสต์ตรัสว่า “เราเป็นทางนั้น” (ยอห์น 14:6)
สมมติว่า เราไปเมืองต่างถิ่นซึ่งไม่รู้จักและต้องถามทาง และมีคนหนึ่งมาบอกว่า ให้เราเดินไปทางขวา 1 ไมล์ แล้วเลี้ยวซ้ายไปครึ่งไมล์ และเลี้ยวขวาอีก 1 ไมล์ จะเห็นสะพาน แล้วเลี้ยวซ้ายอีกครึ่งไมล์ ก็จะพบเมืองนั้น โอกาสที่เราจะหลงทางมีมาก ถ้ามีอีกคนหนึ่งมาบอกว่า “มาเราจะพาท่านไปเมือง นั้น” แสดงว่าคนๆนั้นรู้ทางนั้นเราก็จะไม่หลงทาง พระเยซูคริสต์ก็เป็นเช่นนั้น พระองค์ไม่ได้ชี้ทางหรือแนะนำทาง แต่พระองค์จะจูงมือเราและนำเราไปทางนั้น พระองค์จะชำระเราให้บริสุทธิ์และพระองค์จะเสริมกำลังแก่เรา ขณะที่เราเดินไปกับพระองค์ พระองค์ไม่ได้บอกทางนั้นของพระเจ้าแก่เรา แต่พระองค์ไม่ได้บอกทางนั้นของพระเจ้าแก่เรา แต่พระองค์ทรงเป็นทางนั้นไปสู่แผ่นดินของพระเจ้า เพียงแต่ให้เราเชื่อและวางใจในพระเยซูคริสต์ พระผู้ช่วยให้รอดของเรา