หนังสือส่องทาง
73 ประวัติความเป็นมาของพระคัมภีร์
ทุกวันอาทิตย์ เราได้นำพระคัมภีร์เล่มนี้ไปที่โบสถ์ แต่เราทราบไหมว่าพระคัมภีร์มีประวัติความเป็นมาอย่างไร พระคัมภีร์เป็นหนังสือที่เก่าแก่ มีผู้เขียนทั้งหมด 40 คน ได้เขียนขึ้นรวมแล้วมากกว่า 3300 ปี โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 1500 ปี หนังสือพระคัมภีร์เดิมมีทั้งหมด 39 เล่ม ส่วนในหนังสือพระคัมภีร์ใหม่รวมกันแล้วได้ 27 เล่ม เป็นที่เข้าใจว่าหนังสือ พระคัมภีร์เล่มแรก คือ ปฐมกาล ซึ่งได้เขียนขึ้นในปี 1425 ก่อนคริสตศักราช โดยโมเสส และพระคัมภีร์ใหม่เล่มสุดท้าย คือหนังสือวิวรณ์ซึ่งได้เขียนในปี 95 AD โดยอัครทูตยอห์น พระคัมภีร์ได้เขียนเป็นภาษาฮีบรูและภาษากรีก ซึ่งในเวลาต่อมา พระคัมภีร์ได้ถูกแปลออกมาเป็นหลายภาษา ซึ่งรวมแล้วไม่น้อยกว่า 1650 ภาษา ถึงแม้จะเขียนเป็นเวลายาวนานถึง 1500 ปี เรื่องราวต่างๆในพระคัมภีร์ได้ปะติดประต่อกันโดยไม่ขัดกัน ทั้งๆที่ผู้เขียนหลายคนก็ไม่ได้รู้จักกันเลย ซึ่งได้แสดงถึงความมหัศจรรย์ของหนังสือเล่มนี้ นอกจากนี้ หนัสือพระคัมภีร์เดิม กล่าวถึง มนษย์ได้ทำบาปต่อพระเจ้า พระเจ้าทรงสัญญาว่า จะส่งพระมาซีฮามาบังเกิดและมาช่วยมนุษย์ให้ได้รับความรอด พระคัมภีร์เดิมจึงกล่าวถึงการทำนายต่างๆที่จะเตรียมพระมาซีฮาเสด็จมา ในพระคัมภีร์ใหม่ได้สำแดงว่า พระมาซีฮาคือพระบุตรเสด็จมาในพระนาม “เยซู” และกิจการต่างๆของพระเยซูในโลกนี้ จนได้สิ้นพระชนม์บนกางเขนและในวันที่สาม พระเยซูได้ฟื้นคืนพระชนม์ และตระเตรียมผู้ที่เชื่อพระเยซูพระบุตร ให้ได้รับความรอดและมีชีวิตนิรันดร์ และยังบันทึกเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จนกระทั้ง พระเยซูคริสต์องค์นี้จะเสด็จมาอีกครั้งมาตัดสินมวลมนุษย์ และการสิ้นสุดของโลกนี้ ตลอดจนที่อยู่สุดท้ายในสวรรค์สำหรับผู้เชื่อพระเยซูคริสต์และในนรกสำหรัลผู้ไม่เชื่อพระเยซูคริสต์ เป็นการสิ้นสุดบทสุดท้ายของพระคัมภีร์
สำหรับคริสเตียนที่เชื่อพระเจ้าไม่นึกแปลกใจเลย เพราะพระคัมภีร์นั้นได้เขียนขึ้นโดยได้รับการดลใจจากพระเจ้า (2 ทิโมธี 3:16) จึงเป็นพระคำของพระเจ้าอย่างแท้จริง