หนังสือส่องทาง
66 พระธรรมบัญญัติกับพระคุณของพระเจ้า
เมื่อพระเยซูคริสต์ได้เสด็จขึ้นสวรรค์ไปแล้ว พระองค์ได้มอบภารกิจให้แก่สาวกของพระองค์ในการประกาศข่าวประเสริฐ (มัทธิว 28:18-20) ข่าวประเสริฐคือข่าวดีที่พระบุตรของพระเจ้าคือพระเยซูคริสต์ได้เสด็จมาไถ่ความผิดบาปของมนุษย์ด้วยการสิ้นพระชนม์บนกางเขน และในวันที่สาม พระองค์ได้ทรงฟื้นคืนพระชนม์ และเสด็จกลับสู่สวรรค์ ผู้ที่เชื่อพระเยซูคริสต์จะมีชีวิตนิรันดร์ จากการประกาศข่าวประเสริฐครั้งแรกของอัครสาวกเปโตรในวันเพ็นเทคศเต มีคนเข้าเป็นสาวกประมาณ 3 พันคน (กิจการ บทที่ 3) เมื่อมีคนเข้ามาเป็นคริสเตียนมากขึ้นเรื่อยๆในคริสตศตวรรษแรกๆ มีผู้นำของคริสต์จักรบางคนเกิดมีความเชื่อเพี้ยนหรือผิดไป เพราะไม่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ในคำสั่งสอนของพระเยซูคริสต์ อัครสาวกทั้งหลายตั้งแต่เปโตร ยอห์น เปาโล ยากอบ และคนอื่นๆได้เขียนจดหมายฉบับต่างๆ ในพระคัมภีร์ใหม่ได้ตักเตือนให้คริสเตียนระวังความเชื่อผิดๆ ความเชื่อผิดๆในสมัยแรกๆ คือการนำศาสนายิว (Judaism) เข้ามาควบคุมความเชื่อของคริสเตียน ชาวยิวที่นับถือศาสนายิว เมื่อเข้ามาเป็นคริสเตียน ก็นำเอาธรรมบัญญัติของยิวเข้ามาปะปนกับคำสั่งสอนของพระเยซูคริสต์ เช่นการนำพิธีเข้าสุหนัต และพระบัญญัติสิบประการเข้ามาเป็นหลักข้อเชื่อเกี่ยวกับความรอดของมนุษย์ (โรม 2:17-27 และ 3:1-8) โดยการบังคับให้เข้าพิธีเข้าสุหนัต และยึดพระบัญญัติสิบประการ ไม่เช่นนั้น คริสเตียนคนนั้นจะไม่ได้รับความรอด แท้ที่จริง
คริสเตียนรอดโดยพระคุณของพระเจ้าโดยการเชื่อในพระเยซูคริสต์เจ้า (กิจการ 15:11,ทิตัส 2:11) เพราะความรอดหรือชีวิตนิรันดร์เป็นของประทานจากพระเจ้า โดยผ่านทางพระเยซูคริสต์ (โรม 6:23) ต่อไปนี้เราดำเนินชีวิตอยู่ใต้พระคุณ ไม่ใช่ใต้พระธรรมบัญญัติอีกต่อไป (โรม 6:14) นั่นไม่ได้หมายความว่า พระบัญญัติ 10 ประการไม่มีความหมายสำหรับคริสเตียน หรือว่าคริสเตียนไม่ต้องปฏิบัติตามพระบัญญัติ 10 สิบประการอีกต่อไป ไม่ใช่เช่นนั้น พระธรรมบัญญัติทำให้เรารู้ว่า เราทำผิดกฎของพระเจ้าหรือทำบาป แต่พระคุณของพระเจ้าโดยการเชื่อในพระเยซูคริสต์ต่างหาก ที่ทำให้เรารอดพ้นจากบาปไปสู่ชีวิตนิรันดร์ ดังนั้นการที่เชื่อว่าต้องปฏิบัติตามพระบัญญัติ 10 ประการโดยไม่รับรู้ถึงพระคุณของพระเจ้าจึงเป็นความเชื่อที่ผิด แท้ที่จริงพระเยซูคริสต์ได้รวบรวมพระธรรมบัญญัติทั้งหมด และแจงออกเป็นพระบัญญัติใหญ่ 2 ข้อ “จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้าด้วยสุดใจสุดจิตของเจ้า และด้วยสิ้นสุดความคิดของเจ้า และจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง“ (มัทธิว 22:37-40)
ให้เราขอบพระคุณพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรแก่ท่าน