หนังสือส่องทาง
62 ท่านจะศึกษาพระคัมภีร์ได้อย่างไร
มักจะมีผู้มาถามผมเสมอว่า จะทำอย่างไรจึงจะอ่านพระคัมภีร์แล้วเข้าใจได้ ผมเข้าใจในความรู้สึกของเขา เพราะเมื่อก่อนนั้นผมก็ประสบปัญหาเดียวกัน ผมได้ปรึกษากับเทศนาจารย์หลายคนและอ่านหนังสือหลายเล่ม แต่ก็ยังลำบากที่จะเข้าใจได้ทุกอย่าง แม้แต่ดร.บิลลี่ แกรแฮม ซึ่งเป็นผู้ประกาศพระคำที่มีชื่อเสียงมากยังบอกว่า มีอีกมากมายใน พระคัมภีร์ที่ท่านอ่านแล้วยังไม่เข้าใจเช่นกัน เพราะพระคัมภีร์ไม่ใช่หนังสืออ่านเล่น แต่เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นโดยการดลใจจากพระเจ้า ดังนั้นก่อนที่เราจะอ่านพระคัมภีร์ เราต้องขอสติปัญญาจากพระเจ้า เปาโลได้เขียนถึงธรรมิกชนในเมืองเอเฟซัสในหนังสือ เอเฟซัสบทที่ 1 ข้อ 15-17 ว่า ให้เราขอสติปัญญาจากพระเจ้า “ขอพระเจ้าแห่งพระเยซูคริสต์เจ้าของเรา คือพระบิดาผู้ทรงพระสิริทรงโปรดประทานให้ท่าน ทั้งหลายมีจิตใจอันประกอบด้วยสติปัญญาและความประจักษ์แจ้งในเรื่องความรู้ของพระองค์” การศึกษาพระคัมภีร์มีหลักเกณฑ์ดังนี้
ทัศนคติที่ถูกต้องในการศึกษาพระคัมภีร์
ให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ดลใจ
1. ศึกษาด้วยถ่อมใจและด้วยใจอธิษฐาน
เปิดใจต้อนรับพระคำของพระเจ้า
หิวกระหายความจริงและความชอบธรรม
ชื่นชมยินดีต่อคำสั่งสอนในพระคัมภีร์
มีความเชื่อว่าพระคัมภีร์ถูกต้องเสมอ
2. วิธีศึกษาพระคัมภีร์
การศึกษาพระคัมภีร์ทั้งเล่ม
การศึกษาพระคัมภีร์เป็นบทๆ
การศึกษาพระคัมภีร์เป็นหัวข้อ
การศึกษาบุคคลในพระคัมภีร์
3. ข้อระวังในการศึกษาพระคัมภีร์
อย่าอ่านพระคัมภีร์ด้วยการฝืนใจหรือถูกบังคับ
อย่าอ่านพระคัมภีร์เพียงวรรคตอน จะตีความหมายผิดได้
คำสอนผิดๆเกิดขึ้นจากความนึกคิดของมนุษย์ที่ไม่ได้มาจากการทรงนำของพระวิญญาณ
ถ้าไม่เข้าใจให้อธิษฐาน
เปาโลได้เขียนต่อในข้อที่ 18 ว่า “และขอให้ตาใจของท่านสว่างขึ้น เพื่อว่าท่านจะได้รู้ว่าในการที่พระองค์ทรงเรียกท่านนั้น พระองค์ได้ประทานความหวังอะไรแก่ท่าน และรู้ว่ามรดกของพระองค์สำหรับธรรมิกชนมีสง่าราศีอันอุดมบริบูรณ์เพียงไร และรู้ว่าฤทธานุภาพอันใหญ่ของพระองค์มีมากยิ่งเพียงไร สำหรับเราทั้งหลายที่เชื่อตามอำนาจของพระกำลัง และ ฤทธานุภาพอันใหญ่ยิ่งของพระองค์”
พี่น้องที่รักทั้งหลาย พระวิญญาณจะช่วยเราทั้งหลายให้รู้จักพระเยซูคริสต์มากยิ่งขึ้น เพราะพระองค์ได้เลือกเราไว้เป็นท่อพระพรของพระองค์