หนังสือส่องทาง
6 การฟื้นฟูจิตวิญญาณของคริสเตียน
ก่อนที่เรามาเป็นคริสเตียน เราได้ผ่านขั้นตอนของการบังเกิดใหม่ (born again) นั่นคือการที่เรายอมรับว่าเป็นคนบาป (โรม 3:23, 6:23) การยอมสารภาพบาป (โรม 10:9) และเชื่อว่าพระเยซูคริสต์มาตายแทนเรา (โรม 5:8) และไถ่บาปของเรา เพื่อเราจะรอดไปสู่ชีวิตนิรันดร์ (ยอห์น 3:16) ต่อไป เราก็จะเข้าสู่ขั้นตอนอีกขั้นหนึ่งนั่นคือ การดำเนินชีวิตของคริสเตียนในโลก ด้วยการทำตามพระบัญญัติของพระเยซูคริสต์ คือ “จงรักพระเจ้าด้วยสุดจิต สุดใจ และสิ้นสุดความคิดของเจ้า และจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง” (มัทธิว 22:37-40) นอกจากนั้น พระเยซูยังได้ตรัสสั่งให้เราทำหน้าที่ที่สำคัญคือรับใช้พระองค์ในโลกว่า “เจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติให้เป็นสาวกของเรา” (มัทธิว 28:19) เมื่อเริ่มมาเป็นคริสเตียนใหม่ๆ คริสเตียนใหม่ๆจึงมีความกระตือรือร้นในการทำงาน แต่การทำอะไรซ้ำซากในบางครั้งทำให้ลืมเป้าหมายในการรับใช้พระเจ้า ลืมการแสวงหาน้ำพระทัยของพระเจ้า ลืมความรักของพระเยซูคริสต์ และลืมความเชื่อมั่นและไว้วางใจ ในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ดังนั้น คริสเตียนต้องมีการฟื้นฟูจิตวิญญาณของตนเองเป็นระยะๆ การฟื้นฟูมาจาก 2 คำ คือ ฟื้นและฟู
“ฟื้น” แปลว่า กลับคืนมาใหม่ กลับมีสติ คืนความรู้สึก พลิกกลับขึ้นมา คริสเตียนกลุ่มหนึ่งซึ่งต้องการการฟื้นได้แก่
1. คริสเตียนซึ่งไปโบสถ์จนกลายเป็นแหล่งสังคม
2. คริสเตียนซึ่งไม่สนใจที่จะเพิ่มความรู้ฝ่ายจิตวิญญาณ เช่นไม่สนใจในการเรียนพระคัมภีร์ หรือ
3. คริสเตียนซึ่งเชื่อพระเจ้าแต่ไม่ปฏิบัติตามพระคัมภีร์ คริสเตียนเหล่านี้เป็นคริสเตียนที่คิดว่า “เชื่อแล้วก็รอดแล้ว” หรือ “take it for grant” คริสเตียนที่ต้องฟื้น อีกกลุ่มหนึ่งคือ คริสเตียนที่ลืมพระเจ้า เหมือนกับคริสเตียนซึ่งสลบไป คือฟื้นจากการสลบไป
4. คริสเตียนซึ่งต้องฟื้นอีกกลุ่มหนึ่งคือคริสเตียนซึ่งทิ้งพระเจ้าไปนับถือศาสนาอื่น เปรียบเสมือนคริสเตียนซึ่งตายไปแล้ว นั่นคือ ต้องฟื้นจากความตาย
ส่วน “ฟู” แปลว่า พองตัวขึ้น ขยายตัว การฟูหมายถึงการเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจเกี่นวกับพระเจ้า หรือเพิ่มพูนความสนิทสนมกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่อยู่ในใจของเรา นั่นคือ การบรรจุพระคำพระเจ้าเข้ามาในสมองและในใจให้มากที่สุด หรือให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาทำงานในใจของเรามากๆยิ่งขึ้น
ดังนั้น การฟื้นฟูจึงแปลว่า การรื้อกลับ คืนมา หรือ ทำให้กลับเจริญเติบโตขึ้น การฟื้นฟูจึงมีจุดประสงค์ที่จะชำระจิตวิญญาณของเราใหม่ให้บริสุทธิ์ ด้วยการเติมพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้เต็มเปี่ยมในใจของเรา มีความกระตือรือร้นใหม่ด้วยการหาเวลาในแต่ละวันให้กับการอธิษฐาน การอ่านพระคัมภีร์ มีความหวังใหม่ด้วยความมั่นใจว่า ถ้าพระเยซูคริสต์เสด็จมาในวันนี้ เราพร้อมที่จะไปอยู่กับพระองค์ และมีความรักมากมายที่จะมอบให้แก่ผู้อื่น ช่วงเวลาของการฟื้นฟูไม่เพียงแต่เป็นแหล่งร่วมสามัคคีธรรมเท่านั้น ยังให้โอกาสแก่เราที่จะตั้งจิตสงบด้วย การเฝ้าเดี่ยว การอธิษฐาน และการศึกษาพระคัมภีร์ และเมื่อภายหลัง การฟื้นฟูชีวิตและจิตวิญญาณของเราจะได้รับการชุบใหม่และ เป็นท่อพระพรแก่ผู้อื่น
สุดท้ายนี้ อัครทูตเปาโลได้เตือนเราทั้งหลายว่า “เหตุฉะนั้น พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า ท่านจงตั้งมั่นอยู่อย่าหวั่นไหว จงปฏิบัติงานขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้บริบูรณ์ทุกเวลา ท่านทั้งหลายพึงรู้ว่า โดยองค์พระผู้เป็นเจ้าการของท่านจะไร้ประโยชน์ก็หามิได้”