หนังสือส่องทาง

58 ติดตามพระเยซู

ในพระธรรมลูกา 9:57-62 ได้เล่าถึงเหตุการณ์ก่อนที่ พระเยซูจะเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม ขณะนั้นพระเยซูเป็นที่รู้จัก ของคนทั่วไป พระองค์ทำสิ่งมหัศจรรย์ รักษาโรค และทำให้คนที่ติดตามพระเยซูมีอาหารรับประทานอิ่ม ใครๆก็ต้องการ ติดตามพระองค์ พระเยซูจึงตรัสแก่คนทั้งหลายว่า “ถ้าผู้ใดใคร่ตามเรามา ให้ผู้นั้นเอาชนะตัวเอง และรับกางเขนของตนแบกทุกวันและตามเรามา” (ลูกา 9:23) มีคน 3 คน ซึ่งต้องการจะมาเป็นติดตามพระเยซูและมาเป็นสาวกของ พระองค์ คนที่หนึ่ง ทูลพระองค์ว่า “พระองค์เสด็จไปทางไหน ข้าพระองค์ จะตามพระองค์ไปทางนั้น” คนนี้คิดว่าเมื่อมาเป็นสาวกของ พระเยซู เขาจะอยู่อย่างสุขสบาย พระองค์จะดูแลเขาทุกสิ่ง ถ้าเขาป่วย พระเยซูจะรักษาเขา ถ้าเขาหิว พระเยซูจะประทานอาหารให้รับประทาน แต่พระเยซูตรัสว่า “หมาจิ้งจอกยังมีโพรงและนกในอากาศก็ยังมีรัง แต่บุตรมนุษย์ไม่มีที่จะวางศีรษะ พระองค์ต้องการเตือนเขาว่า คนซึ่งจะติดตามพระองค์นั้นต้องเป็นคนรู้จักรู้จักเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อผู้อื่น เขาต้องรู้จักพอใจกับชีวิตที่เป็นอยู่ เป็นคนรู้จักประมาณตน และถ่อมตน คนที่สอง พระเยซูบอกให้เขาตามพระองค์มาเถิด เขาทูลตอบว่า “ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ไปฝังศพบิดาข้าพระองค์ก่อน” พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า “ปล่อยให้คนตายฝังคนตายของเขาเองเถิด” สำหรับคนยิวนั้น การฝังศพถือเป็นพิธีสำคัญรีบด่วน ต้องกระทำก่อนพิธีการอื่นๆ ในด้านจิตวิญญาณ พิธีศพ หมายถึงพิธีที่ระลึกถึงสิ่งที่เป็นอดีตการณ์ เช่น ความเชื่อเก่า ขนบธรรมเนียมประเพณีเก่า ซึ่งต้องทิ้งไปก่อนที่จะมาติดตาม พระเยซู คนที่สาม ทูลพระองค์ว่า “ข้าพระองค์จะตามพระองค์ไป แต่ขอ อนุญาตให้ข้าพระองค์ไปลาคนที่อยู่ในบ้านของข้าพระองค์ก่อน” คนนี้ยังมีความห่วงใยต่อชีวิตเก่า และเสียดายไม่อยากจะทิ้งมันไป พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า ผู้ใดเอามือจับคันไถแล้วหันหน้ากลับผู้นั้นก็ไม่สมควรกับแผ่นดินของพระองค์นั่นคือ ถ้าเราจะติดตามพระเยซูเหมือนกับจะจับคันไถแล้ว เราต้องมุ่งหน้าไปกับพระเยซู เราจะไม่หันหน้ากลับไปสู่ความเชื่อเก่า ขนบธรรมเนียมประเพณีเก่า ชีวิตเก่า เพราะชีวิตใหม่ที่ติดตามพระเยซูเป็นชีวิตนิรันดร์ที่ดีกว่า เพราะเราจะไปอยู่กับพระองค์ในสวรรค์เป็นนิตย์