หนังสือส่องทาง

4 การบำรุงเลี้ยงจิตวิญญาณสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดๆ

ในปัจจุบัน คนเราส่วนมากมักสนใจและว้าวุ่นกับชีวิตที่มีตนเองเป็นหลัก เช่นความมีชีวิตที่ดีมั่งคั่ง มีอาหารรับประทาน สมบูรณ์ มีความหลงใหลในสิ่งที่มีอยู่ เช่นบ้าน รถยนต์ เครื่องนุ่งห่ม มีความภาคภูมิใจในตนเอง และอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งบำรุงร่างกายและเนื้อหนังในขณะที่อยู่ในโลกนี้ การมีสิ่งต่างๆ ที่บำรุงร่างกายให้เป็นสุขเป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นพระพรที่พระเจ้าได้มอบให้เรา แต่ในชีวิตของคริสเตียน พระเยซูคริสต์ สอนให้เรารู้ว่า “มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียวหามิได้ แต่บำรุงด้วยพระวจนะทุกคำซึ่งออกจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า” (มัทธิว 4:4) เรารู้ว่า เราไม่ใช่มีเพียงร่างกาย แต่เรามีจิตวิญญาณซึ่งต้องการอาหารเช่นกัน อาหารของจิตวิญญาณคือ พระคำของพระเจ้าซึ่งอยู่ในพระคัมภีร์ ทุกวันนี้เรามักจะรับประทานอาหาร 3 มื้อ เพราะร่างกายหิว เรียกร้องให้เราต้องรับประทานอาหาร ไม่เช่นนั้นเราอาจจะเป็นลม กรดหลั่งออกมา ในกระเพาะทำให้เป็นโรคกระเพาะได้ จิตวิญญาณของเราก็ต้องการอาหารซึ่งเป็นพระคำของพระเจ้าซึ่งหาได้จากพระคัมภีร์ ทุกวันนี้เรารับประทานพระคำของพระเจ้าวันละ 3 มื้อหรือเปล่า เราชวนเพื่อนฝูงมารับประทานพระคำของพระเจ้าด้วยกันหรือเปล่า พระคำของพระเจ้าจะสอนเราให้มีจิตวิญญาณที่เจริญเติบโตขึ้นจนเต็มความไพบูลย์ในพระเยซูคริสต์ อัครทูตเปาโลบอกว่า “เพราะว่าพระวจนะของพระเจ้านั้นไม่ตาย และทรงพลานุภาพอยู่เสมอ คมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่ง จิตและวิญญาณ ตลอดข้อกระดูกและไขในกระดูก และสามารถ วินิจฉัย ความคิดและความมุ่งหมายในใจด้วย” (ฮีบรู 4:12) พระคำของพระเจ้าเปรียบเสมือนยาที่รับประทาน เช่นยาไวตามินที่บำรุงร่างกาย และยาขมซึ่งทำให้รับประทานยาก หรือทำให้ไม่อยากจะรับประทานเพราะขม แต่เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วก็จะให้ผลดีต่อร่างกาย ดังนั้นการบำรุงเลี้ยงจิตวิญญาณจึงสำคัญยิ่งในชีวิตคริสเตียน เราจำเป็นต้องศึกษาพระคัมภีร์สม่ำเสมอมิได้ขาด แล้วหมั่นจดจำไว้เพื่อเป็นการสอนเตือนสติในการดำเนินชีวิตประจำวัน แล้วพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งทรงสถิตอยู่ในใจของเราจะเพิ่มเติมกำลังให้เราตลอดไป ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรแก่เราตลอดไป