หนังสือส่องทาง

135 อับราฮัมบิดาแห่งความเชื่อ

อับราฮัมได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งความเชื่อ เมื่ออับราฮัมยังมีชื่อว่า อับราม พระเจ้าได้ตรัสกับอับรามว่า “เจ้าจงออกจากเมือง จากญาติพี่น้อง จากบ้านบิดาของเจ้าไปยังดินแดนที่เราจะบอกให้เจ้ารู้” (ปฐมกาล 12:1)เช่นเดียวกับ คริสเตียนซึ่งมาเชื่อพระเจ้าใหม่ๆ ความผิดพลาดได้เกิดขึ้น โดยไม่ตั้งใจ อับรามได้ทำผิดพลาด 3 ประการ ประการที่ 1 พระเจ้าได้ตรัสให้อับรามพาครอบครัวของเขา ไปยังดินแดนคะนาอัน อับรามได้พาโลทหลานชายไปด้วย ซึ่งผิดคำสั่งของพระเจ้า แสดงว่าอับรามไม่ได้ถือคำสั่งของพระเจ้าอย่างเคร่งครัด เช่นเดียวกับคริสเตียนใหม่ๆไม่ได้ปฏิบัติตามพระคัมภีร์อย่างเคร่งครัด เพราะคิดว่าคงไม่เป็นไร ผลลัพธ์จากการไม่เชื่อฟังอย่างเคร่งครัดทำให้ชาวอิสราเอลซึ่งเป็นลูกหลานของอับรามมีข้อวิวาทกับชาวจอร์แดนลูกหลานของโลทจนถึงปัจจุบัน ประการที่ 2 พระเจ้าได้ตรัสกับอับรามว่า “เราจะมอบดินแดนคะนาอันแก่พงศ์พันธุ์ของเจ้า” (ปฐมกาล 12:15) แต่พออับรามไปถึงดินแดนคะนาอันพบว่า ดินแดนนั้นเกิดกันดารอาหาร แทนที่จะเชื่อฟังพระเจ้า เขากลับพาครอบครัวไปอาศัยอยู่ที่ประเทศอียิปต์ ซารายซึ่งเป็นภรรยาถูกพาเข้าไว้อยู่ในวังของฟาโรห์ แต่พระเจ้าปกปักษ์รักษาซาราย พระเจ้าให้ เกิดภัยพิบัติแก่ฟาโรห์ จนกระทั่งฟาโรห์ทราบว่าภัยพิบัติเกิดขึ้นจากการที่พาซารายเข้ามาอยู่ในวัง ฟาโรห์จึงต้องขอให้อับรามพาครอบครัวออกจากอียิปต์กลับสู่ดินแดนคะนาอัน แสดงว่าอับรามมีความเชื่อแต่ไม่มั่นใจ จึงเกิดข้อผิดพลาดดังกล่าว คริสเตียนใหม่มีความเชื่อ แต่พอเกิดความลำบากขึ้น เขาพึ่งตนเองแทนที่จะพึ่งพระเจ้า ประการที่ 3 พระเจ้าสัญญากับอับรามว่า “เราจะให้เจ้าเป็นชนชาติใหญ่” (ปฐมกาล 12:2) แต่ทั้งอับรามและซารายมีอายุมาก และซารายเป็นหมันด้วยไม่คิดว่าจะมีลูกได้ ซารายไม่เชื่อพระเจ้าว่า เขามีลูกหลานมากมายตามที่พระเจ้าได้สัญญาไว้ เขาจึงมอบสาวใช้ชื่อฮักการ์แก่อับราม ฮักการ์ตั้งครรภ์และมีบุตรชายชื่อ อิชมาเอล ซึ่งเป็นต้นตระกูลของชาวอาหรับ ต่อมาพระเจ้าได้ทำการอัศจรรย์ให้ซารายตั้งครรถ์และคลอดบุตรชายแก่ซาราย เมื่อซารายอายุ 90 ปี บุตรชายนี้ชื่อ อิสอัค ซึ่งต่อมาเป็นต้นตระกูลของชาวอิสราเอล ผลลัพธ์ คืออิสราเอล และอาหรับได้วิวาทกันตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน ข้อผิดพลาดนี้เกิดจากการที่ซารายเชื่อพระเจ้าแต่ไม่เชื่อว่าพระเจ้าทำการอัศจรรย์ได้ คริสเตียนมาเชื่อพระเจ้า แต่บางคนไม่เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าจึงไม่เชื่อว่า พระเจ้าทำการอัศจรรย์ได้ อับรามและซารายได้เรียนรู้บทเรียนแห่งความเชื่อ หลังจากนั้น ความเชื่อของอับรามและซารายมั่นคงขึ้น เพราะความเชื่อที่มั่นคง ในเวลาต่อมาพระเจ้าได้เปลี่ยนชื่อของเขาจาก อับรามเป็นอับราฮัม และ ซารายเป็นซาร่าห์ ในที่สุด พระเจ้าต้องการพิสูจน์ความเชื่อของอับราฮัม วันหนึ่ง พระเจ้าสั่งให้อับราฮัมนำอิศอัคขึ้นไปบนภูเขาโมราเพื่อถวายอัศอัคแด่พระเจ้า อับราฮัมมีความเชื่อว่า พันธสัญญาที่พระเจ้าได้กระทำกับอับราฮัมไม่มีเปลี่ยนแปลง ถึงแม่ท่านถวายอิศอัคแด่พระเจ้า พระเจ้าจะไม่ทำอันตรายกับอิศอัคซึ่งพระเจ้าได้มอบให้กับท่านและซาราห์ อับราฮัมเชื่อฟังและพาอิศอัคกับคนใช้ขึ้นไปบนภูเขา อับราฮัมได้พิสูจน์ความเชื่อ ท่านจึงได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งความเชื่อ เพราะท่านเชื่อพระเจ้าถึงขนาดเสียสละแม้แต่ลูกของท่านเมื่อพระเจ้าสั่งท่านเพื่อแสดงให้เห็นว่า ท่านเชื่อพระเจ้าอย่างไม่สงสัย การพิสูจน์ความเชื่อครั้งนั้นทำให้อับราฮัมรู้ว่า ไม่เพียงแต่ท่านจะมีลูกหลานมากมาย วันหนึ่ง พระมาซีฮาห์จะมาบังเกิดจากลูกหลานของอับราฮัม พระบุตรของพระเจ้าจะมาบังเกิดเป็นมนุษย์ในตระกูลยูดาห์ซึ่งเป็นเหลนคนที่สี่ของอับราฮัม แล้วยอมสละพระชนม์ของพระองค์เพื่อเป็นเครื่องบูชาแด่พระเจ้าบนภูเขาโกลาโกธา หรือภูเขาหัวกระโหลกซึ่งภูเขาหัวกระโหลกนี้ในสมัยบารณเรียกว่าภูเขาโมเล ความเชื่อในพระเจ้าของอับราฮัมนำชนชาติอิสราเอลไปสู่ความรอดเช่นเดียวกับเราในวันนี้ ความเชื่อในพระเยซูคริสต์จะนำจิตวิญญาณของเราไปสู่ความรอด และในวันนี้ ถ้าเรามีความเชื่ออย่างวางใจในพระเจ้า พระองค์จะเปลี่ยนชื่อของเราให้เป็นผู้ชอบธรรม หรือ ธรรมิกชน เหมือนกับที่เปลี่ยนชื่ออับรามซึ่งขาดความเชื่อมาเป็นอับราฮัมซึ่งมีความเชื่อมั่นคง