หนังสือส่องทาง

121 เวลาส่วนตัวกับพระเจ้า

ในปัจจุบัน เรามีชีวิตที่เร่งรีบตลอดเวลา จนไม่มีเวลาเป็นของตนเองในแต่ละวัน เรามีเวลาพักสงบชั่วครู่ไหม เรามีเวลาออกไปเดินเล่นชั่วครู่ไหม หรือเรามีเวลานั่งหรือยืนเฉยๆสักครู่ไหม กษัตริย์ซาโลมอนได้เขียนไว้ในพระธรรมปัญญาจารย์ บทที่ 3 ว่า ชีวิตของเรานั้นมีวาระสำหรับทุกสิ่ง แต่ในข้อ 7 เขียนว่า “มีวาระนิ่งเงียบ” เป็นวาระที่เราปล่อยใจให้ว่าง ใจของเราเปรียบเสมือนบ้าน ถ้าในบ้านมีคนอยู่เต็มไปหมด ใจของเรา คงสับสนวุ่นวายทีเดียว ในบางเวลาที่คนออกจากบ้านหมด ใจของเราก็รู้สึกสงบ มีวาระนิ่งเงียบเป็นเวลาของตนเอง ในฐานะของคริสเตียน เวลาส่วนตัวของเราแตกต่างจากชาวโลก เวลาส่วนตัวอย่างที่หนึ่งคือ การภาวนาในใจของเรากับพระเจ้า เราภาวนาสามครั้งก็เหมือนกับเราก็ให้เวลาว่างกับตนเองหรือให้เวลาส่วนตัวสามครั้ง เวลาส่วนตัวกับพระเจ้าแตกต่างจากเวลาส่วนตัวกับตนเอง เพราะเราจะเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า และทำให้เรามีสันติสุข ดังที่กษัตริย์ดาวิดได้เขียนไว้ในหนังสือสดุดี บทที่ 19 ข้อ 14 “ขอให้ถ้อยคำจากปากของข้าพระองค์ และการรำพึงภาวนาในจิตใจเป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระองค์เถิด” การรำพึงภาวนาในจิตใจ ก็คือ การอธิษฐาน การอ่านพระคัมภีร์ การสำรวจจิตใจกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ว่าชีวิตของเรานั้นเป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระองค์เถิด เพื่อว่าเราจะมีสันติสุขกับพระเจ้า เวลาส่วนตัวของคริสเตียนอย่างที่สองคือ การทำให้ใจว่างและรักษาใจให้สะอาดบริสุทธิ์ ในสดุดีบทที่ 51 กษัตริย์ดาวิดได้อธิษฐานกับพระเจ้าในข้อ 10 “ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสร้างใจสะอาดภายในข้าพระองค์ และฟื้นน้ำใจที่หนักแน่นขึ้นใหม่ภายในข้าพระองค์” ทุกวันนี้ให้เรามีเวลาส่วนตัวกับพระเจ้า เพื่อใจของเราจะบริสุทธิ์สะอาด เพื่อใจของเราจะไม่ทำบาปต่อพระองค์” การมีเวลาส่วนตัวกับพระเจ้าจึงมีความสำคัญต่อชีวิตคริสเตียน และควรหาเวลาส่วนตัวกับพระเจ้าทุกๆวัน