หนังสือส่องทาง
109 เมื่อวานนี้ วันนี้ และวันพรุ่งนี้
ในการดำเนินชีวิตประจำวัน มีอยู่สองวันที่เราไม่สามารถควบคุมได้ วันหนึ่งคือ เมื่อวานนี้ และอีกวันหนึ่งคือ วันพรุ่งนี้ เมื่อวานนี้อาจเป็นวันแห่งความสุข สนุกสนาน มีเงินทอง หรืออาจเป็นวันแห่งความทุกข์ยากลำบาก ความทรมาน ความเงียบเหงา ตกงาน แต่เมื่อวานนี้ได้ผ่านไปแล้ว และเราไม่สามารถเรียกมันกลับคืนมาได้ และเราก็เปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ แล้วเราไปกังวลใจกับเมื่อวานนี้ทำไม อีกวันหนึ่งคือ วันพรุ่งนี้ เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น สิ่งที่เราคาดหวังหรือตั้งใจจะทำอาจไม่เกิดขึ้นได้ เพราะเราควบคุมวันพรุ่งนี้ไม่ได้ แล้วเราจะไปกังวลกับวันพรุ่งนี้ทำไม
แต่วันที่เรายังสามารถควบคุมได้ คือ วันนี้ หรือเวลานี้ เพราะเป็นช่วงเวลาของเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น เราสามารถที่จะทำให้วันนี้ดีกว่าเมื่อวานนี้ และหวังว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นเหมือนวันนี้หรือดีกว่าวันนี้ ถึงแม้เมื่อวานนี้เราได้ประสบกับความล้มเหลวในชีวิต แต่เราต้องการให้วันนี้เป็นวันใหม่ที่เราจะเริ่มต้นไปสู่สภาพที่ดีกว่า คือ ความสำเร็จในฐานะของคริสเตียน เราจะไม่กลับไปมองเมื่อวานนี้ เพราะมันได้ผ่านไปแล้วและไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร และเป็นการเสียเวลาอันมีค่าของเรา พระเจ้าไม่ได้มองที่อดีตของเรา แต่พระเจ้าต้องการดูว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ในขณะนี้ เราได้ทำประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือเปล่า เช่นการรักษาสุขภาพ การออกกำลัง การศึกษาพระคัมภีร์ และการมานมัสการพระเจ้าในวันอาทิตย์ และทำประโยชน์ต่อผู้อื่น เช่นดูแลครอบครัว และช่วยเหลือ ผู้อื่น พระเยซูคริสต์ตรัสว่า “เหตุฉะนั้นอย่ากระวนกระวายถึง พรุ่งนี้ เพราะว่าพรุ่งนี้คงมีการกระวนกระวายสำหรับพรุ่งนี้เอง แต่ละวันก็มีทุกข์พออยู่แล้ว” (มัทธิว 6:34) พระเจ้าตรัสว่า “จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด และกระทำตามธรรมบัญญัติของพระเจ้า” (โยชูวา 1:6-7) ให้เราปฏิบัติตามพระคำของพระเจ้า มีความเข้มแข็งและกล้าหาญที่จะเผชิญกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในเวลานี้ เพราะทุกนาทีต่อจากนี้ไปอยู่ในความดูแลของพระเจ้า พระองค์ทรงเปิดประตูให้เราเดินเข้าไปในทางของพระองค์ ขอให้เราอย่ายืนอยู่กับที่ เพียงแต่ให้เราก้าวเข้าไปในทางที่พระองค์ทรงเตรียมไว้แก่เรา เพราะพระองค์ได้เตรียมวันพรุ่งนี้ที่ดีไว้ให้เราเดินต่อไป เพราะพรุ่งนี้อยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า